xs
xsm
sm
md
lg

วาฬแห่ช้อนซื้อบิทคอยน์ครั้งใหญ่ ดันราคาพุ่งทะยานเหนือ 71,000 ดอลลาร์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลจับตาความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ เมื่อบรรดานักลงทุนรายใหญ่ระดับวาฬ หวนกลับมาเปิดโหมดกว้านซื้อบิทคอยน์เข้าพอร์ตอย่างร้อนแรง ดันราคาพุ่งเหนือระดับ 71,000 ดอลลาร์สหรัฐ ข้อมูลเจาะลึกจาก Sentiment สะท้อนภาพการยึดครองอุปทานในตลาดพุ่งทะลุร้อยละ 68 ชี้ชัดถึงความเชื่อมั่นที่ฟื้นคืนชีพ ท่ามกลางดัชนีความกลัวที่ยังคงกดดันนักลงทุนรายย่อย ขณะที่กระแสเงินทุนสถาบันผ่านกองทุนอีทีเอฟไหลเข้าทุบสถิติใหม่ของปี 2569 เป็นบทพิสูจน์แรงดึงดูดของบิทคอยน์ในฐานะสินทรัพย์ต้านทานความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก

สัญญาณชีพจรของตลาดคริปโตเคอร์เรนซีกลับมาเต้นแรงอีกครั้ง เมื่อข้อมูลเชิงลึกจาก Sentiment บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชนชั้นนำ เปิดเผยความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาของกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ หรือที่มักเรียกกันว่า วาฬ ซึ่งได้หวนกลับมาสะสมบิทคอยน์อย่างร้อนแรง ท่ามกลางสภาวะที่ราคาของเหรียญแกว่งตัวและพยายามสร้างฐานความแข็งแกร่งบริเวณ 71,000 ดอลลาร์สหรัฐ

รายงานจาก Sentiment ระบุว่า กลุ่มกระเป๋าเงินดิจิทัลที่ถือครองบิทคอยน์จำนวนตั้งแต่ 10 ถึง 10,000 เหรียญ ได้เพิ่มสัดส่วนการยึดครองอุปทานทั้งหมดในตลาดตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นภาพสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่กลับมาฟื้นตัวอีกครั้งของกลุ่มทุนหนา ซึ่งปัจจุบันกระเป๋าเงินของกลุ่มวาฬเหล่านี้ควบคุมอุปทานหมุนเวียนของบิทคอยน์สูง ถึงร้อยละ 68.17 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากระดับร้อยละ 68.07 ในช่วง 7 วันก่อนหน้า

นอกจากนี้ Sentiment ประเมินปรากฏการณ์นี้ว่าเป็นการกลับตัวเชิงบวกซึ่งส่งสัญญาณกลายๆ ว่าผู้ถือครองรายใหญ่อาจกำลังจัดพอร์ตเพื่อเตรียมรับมือกับรอบการฟื้นตัวครั้งใหม่โดยแนวโน้มการสะสมนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่บิทคอยน์สามารถรักษาระดับราคาไว้ใกล้เคียง 71,000 ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากที่ตลาดคริปโตในภาพรวมต้องเผชิญกับคลื่นความผันผวนอย่างหนัก อ้างอิงจากข้อมูลของ คอยน์มาร์เก็ตแคป ณ เวลาที่รายงาน บิทคอยน์ มีการซื้อขายอยู่ที่ราว 71,350 ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวบวกขึ้นประมาณร้อยละ 6 ในรอบสัปดาห์ และพุ่งขึ้นกว่าร้อยละ 7 ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา

ขณะนี้บรรดานักวิเคราะห์กำลังจับตาพฤติกรรมของทั้งกลุ่มทุนใหญ่และนักลงทุนรายย่อยอย่างไม่กะพริบตา เพื่อค้นหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางตลาดในระยะต่อไปโดย Sentiment ตั้งข้อสังเกตว่า หากพิจารณาจากสถิติในอดีตบิทคอยน์ มักจะพบจุดต่ำสุดของรอบเมื่อเกิดการไหลเวียนของเหรียญจากกระเป๋าเงินของนักลงทุนรายย่อย ไปสู่การถือครองระยะยาวของนักลงทุนรายใหญ่ในอุดมคติแล้วเราต้องการเห็นสัดส่วนของกระเป๋าเงินรายย่อยลดลง ในขณะที่กลุ่มรายใหญ่เติบโตขึ้น ซึ่งหมายถึงการถ่ายโอนความมั่งคั่งจากนักเทรดระยะสั้น ไปสู่นักลงทุนที่มีความอดทนสูงกว่า

อย่างไรก็ตามทาง Sentiment ยังได้ออกโรงเตือนว่าตลาดอาจยังต้องเผชิญกับความคลุมเครือ หากกระแสความตื่นตัวของนักลงทุนรายย่อยยังคงร้อนแรง เพราะในหน้าประวัติศาสตร์ บิทคอยน์มักจะดิ่งแตะจุดต่ำสุดเมื่อรายย่อยเกิดความสิ้นหวังและเริ่มเทขายทิ้ง ไม่ใช่ในช่วงที่ตลาดผันผวนรุนแรง ทว่าตัวชี้วัดความรู้สึกของตลาดกลับสะท้อนภาพที่ย้อนแย้ง โดยดัชนีความกลัวและความโลภของคริปโต ยังคงดิ่งจมอยู่ในโซนความกลัวขั้นสุด ที่ระดับ 16 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา บ่งชี้ว่านักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงตั้งการ์ดระมัดระวังตัวสูงแม้ราคาจะเพิ่งฟื้นตัวก็ตาม

อย่างไรก็ดีการกลับมาสะสมเหรียญระลอกล่าสุดนี้ เกิดขึ้นหลังจากช่วงเวลาแห่งการเทขายอย่างหนักหน่วงในช่วงต้นเดือนมีนาคม โดยเมื่อวันที่ 6 มีนาคม Sentiment เคยรายงานว่ากลุ่มวาฬได้เทขายบิทคอยน์ออกไปถึงร้อยละ 66 ของจำนวนเหรียญที่พวกเขาเพิ่งกว้านซื้อมาในช่วงระหว่างวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ถึง 3 มีนาคม ซึ่งเป็นจังหวะที่ราคาพุ่งทะลุ 70,000 ดอลลาร์สหรัฐ และขึ้นไปแตะ 74,000 ดอลลาร์สหรัฐในช่วงสั้นๆ

ทางด้าน วิลลี วู นักวิเคราะห์ข้อมูลบนบล็อกเชนชื่อดัง ยังคงรักษาท่าทีระมัดระวัง และเตือนว่าอย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าตลาดผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว โดยเขาให้มุมมองว่าเมื่อวิเคราะห์ผ่านวัฏจักรสภาพคล่องระยะยาว บิทคอยน์อาจจะยังคงติดหล่มอยู่ในช่วงกลางของสภาวะตลาดหมีที่ยืดเยื้อ

กระนั้นก็ตาม ทิศทางราคาของบิทคอยน์เริ่มแสดงสัญญาณการตั้งฐานที่มั่นคงบริเวณ 70,000 ดอลลาร์สหรัฐ สอดรับกับความกังวลต่อความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านซึ่งเริ่มคลี่คลายลง และการฟื้นตัวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ราคาถูกเทขายอย่างหนักต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ซึ่งเป็นผลพวงจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงและบรรยากาศเศรษฐกิจมหภาคที่ย่ำแย่ จนเคยกดดันให้บิทคอยน์ดิ่งลงไปทดสอบโซน 63,000 ถึง 66,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด แต่เมื่อราคาพลังงานเริ่มคลายความร้อนแรงลง ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงก็ตอบรับในเชิงบวกทันที ดัชนี S&P500 ปรับตัวสูงขึ้น เช่นเดียวกับบิทคอยน์ที่บวกเพิ่มราวร้อยละ 4 ในกราฟรายวัน

นอกจากนี้ปัจจัยหนุนที่ทรงพลังอีกประการ คือกระแสเงินทุนจากสถาบันที่กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง โดยกองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐอเมริกาสามารถทำสถิติมีเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิติดต่อกัน 5 วันทำการเป็นครั้งแรกของปีพุทธศักราช 2569 ในสัปดาห์นี้ ซึ่งสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนก้อนใหม่เข้าสู่ระบบได้สูงถึง 767 ล้านดอลลาร์สหรัฐ