ตลาดการเงินโลกจับตาความผันผวนครั้งใหญ่ เมื่อราคาน้ำมันดิบโลกที่พุ่งทะยานกว่าร้อยละ 25 ทะลุระดับ 117 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เกิดการย่อตัวลงอย่างรุนแรง หลังมีรายงานว่ากลุ่มรัฐมนตรีคลังจีเซเวนเตรียมหารือฉุกเฉินเพื่อปล่อยน้ำมันดิบสำรองเชิงยุทธศาสตร์ หวังสยบความตื่นตระหนกจากวิกฤตสงครามที่คุกคามอุปทานโลก ทิศทางดังกล่าวช่วยคลายความกังวลของนักลงทุน ส่งผลให้ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงฟื้นตัว โดยเฉพาะบิทคอยน์ที่ดีดตัวกลับจากจุดต่ำสุดขึ้นไปจ่อระดับ 68,000 ดอลลาร์สหรัฐได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่แพลตฟอร์มเทรดไร้ศูนย์กลางกวาดยอดธุรกรรมพุ่งทำสถิติใหม่ สะท้อนพฤติกรรมนักลงทุนที่หันพึ่งพาตลาดคริปโตเพื่อเก็งกำไรช่วงวันหยุด
ตลาดน้ำมันดิบโลกเผชิญกับความผันผวนอย่างหนักในช่วงต้นสัปดาห์ โดยราคาน้ำมันได้ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงเช้าวันจันทร์ ภายหลังจากมีรายงานข่าวสำคัญว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ หรือ G7 ซึ่งประกอบไปด้วยมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ ได้แก่ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา โดยมีสหภาพยุโรปเข้าร่วมในฐานะสมาชิกสมทบ เตรียมจัดการประชุมสายด่วนเพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ในการร่วมมือกันระบายน้ำมันดิบจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งถือเป็นมาตรการตอบโต้เชิงนโยบายเพื่อบรรเทาภาวะตื่นตระหนกจากวิกฤตอุปทานที่ตึงตัวอันเป็นผลพวงจากภาวะสงคราม
รายงานจากไฟแนนเชียลไทมส์ ระบุชัดเจนว่า วาระสำคัญของการหารือฉุกเฉินในครั้งนี้ คือการพิจารณาปล่อยน้ำมันดิบสำรองจำนวนมหาศาลระหว่าง 300 ล้านถึง 400 ล้านบาร์เรล เพื่อแทรกแซงและรักษาเสถียรภาพของตลาดที่กำลังปั่นป่วนจากการพุ่งขึ้นของราคาพลังงาน
ความผันผวนนี้สะท้อนภาพชัดเจนบนแพลตฟอร์มการซื้อขาย ไฮเปอร์ลิควิด เมื่อสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบพุ่งทะยานขึ้นเกือบร้อยละ 25 ไปแตะระดับสูงสุดที่ราว 117 ดอลลาร์สหรัฐในช่วงข้ามคืน ก่อนที่จะถูกเทขายจนราคาร่วงลงร้อยละ 14.5 กลับมาอยู่ที่ระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐ ทันทีที่กระแสข่าวของ G7 ถูกตีแผ่ออกมา ปรากฏการณ์นี้ตอกย้ำให้เห็นว่า เทรดเดอร์ได้เร่งปรับพอร์ตและกำหนดราคาความเสี่ยงใหม่เพื่อรับมือกับการปล่อยคลังสำรอง แม้ว่าความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์จะยังคงเป็นปัจจัยกดดันอุปทานอยู่อย่างต่อเนื่องก็ตาม
ทางด้านความเคลื่อนไหวของตลาดคริปโต บิทคอยน์ ได้แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นด้วยการดีดตัวกลับอย่างรวดเร็ว หลังจากที่เผชิญแรงเทขายในช่วงที่ราคาน้ำมันพุ่งทะยาน ข้อมูลจาก คอยน์เก็กโค ชี้ให้เห็นว่า บิทคอยน์ได้ร่วงลงไปทดสอบจุดต่ำสุดที่ราว 65,725 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่จะมีแรงซื้อกลับเข้ามาดันราคาให้ทะยานขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 67,992.88 ดอลลาร์สหรัฐ ณ เวลาที่รายงาน ซึ่งคิดเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 3.45 ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง
ด้านดาร์กฟอสต์ นักวิเคราะห์ชื่อดังจาก คริปโตควอนต์ ได้ออกบทวิเคราะห์เตือนนักลงทุนว่า ภาวะที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ประกอบกับความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อความกล้าเสี่ยงของนักลงทุน และทำให้ทิศทางของสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงอย่าง บิทคอยน์ คาดเดาได้ยากยิ่งขึ้น โดยเขาระบุว่า หากพิจารณาจากสถิติในอดีต ช่วงเวลาที่ราคาน้ำมันกลับมาแข็งแกร่ง มักจะเกิดขึ้นพร้อมกับช่วงปลายวัฏจักรของบิทคอยน์เสมอ
ในขณะเดียวกัน วิกฤตการณ์ครั้งนี้ยังได้เผยให้เห็นถึงศักยภาพของแพลตฟอร์มการเงินแบบกระจายศูนย์ หรือ De-Fi ที่สามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนได้อย่างมหาศาลในช่วงเวลาที่ตลาดการเงินดั้งเดิมปิดทำการ โดยสัญญาซื้อขายน้ำมันบน ไฮเปอร์ลิควิด ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุการณ์ที่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ทำให้นักลงทุนแห่เข้ามาใช้บริการสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแบบไม่มีวันหมดอายุ เพื่อเก็งกำไรสินค้าโภคภัณฑ์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ข้อมูลสถิติจาก ไพน์ อนาลิติกส์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางข้อมูลการวิเคราะห์บนบล็อกเชน ระบุผ่านแพลตฟอร์ม เอ็กซ์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า TradeXYZ ซึ่งเป็นอินเทอร์เฟซการซื้อขายที่สร้างขึ้นบนเครือข่าย ไฮเปอร์ลิควิด เคยทำสถิติยอดธุรกรรมช่วงสุดสัปดาห์สูงสุดทะลุ 610 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 และในขณะที่ความขัดแย้งยังคงทวีความรุนแรง TradeXYZ ก็สามารถทุบสถิติเดิมของตัวเองลงได้อย่างราบคาบ ด้วยยอดปริมาณการซื้อขายช่วงสุดสัปดาห์ที่พุ่งเฉียด 720 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ไพน์ อนาลิติกส์ ได้สรุปทิ้งท้ายอย่างน่าสนใจว่า คลื่นความต้องการทั้งสองระลอกที่หลั่งไหลเข้ามายัง TradeXYZ ในช่วงเดือนที่ผ่านมา เป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า แพลตฟอร์มดังกล่าวสามารถดูดซับความต้องการลงทุนในสินทรัพย์ดั้งเดิม จากกลุ่มคนที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงระบบการเงินแบบดั้งเดิม หรือในช่วงเวลาสำคัญที่กระดานเทรดหลักของโลกต้องปิดทำการลง


