"เอเชียน มารีน เซอร์วิสส์ " อวดกำไรปี 68 กว่า 43 ลบ. รายได้ 937 ลบ. เคาะปันผล 0.12 บาท ขึ้น XD 13 มี.ค.นี้ ลุยประมูลงานใหม่ตั้งเป้ารายได้ปี 69 โต 10%
นายสุรเดช ตัณฑ์ไพบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร. บริษัท เอเชียน มารีน เซอร์วิสส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASIMAR เปิดเผยผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้จากการรับจ้างรวม 936.64 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 43.09 ล้านบาท
โดยยังคงสะท้อนศักยภาพในการบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงาน แม้ว่ารายได้รวมจะปรับลดลงตามรอบการรับรู้รายได้ของโครงการต่อเรือ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นเป็น 22.98% จาก 19.82% ในปีก่อน
ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการปี 2568 ในอัตรา 0.12 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 13 มีนาคม 2569 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 16 มีนาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 30 เมษายน 2569
สำหรับปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้จากการรับจ้างรวม 936.64 ล้านบาท ลดลง 11.60% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 43.09 ล้านบาท ลดลง 15.31% จากปี 2567 โดยโครงสร้างรายได้ของบริษัทฯ ยังคงมีความแข็งแกร่งจากธุรกิจหลัก
“หากพิจารณาเชิงโครงสร้างรายได้รายกลุ่มธุรกิจ จะพบว่า ธุรกิจซ่อมเรือ (Ship Repair) ยังคงเป็นฟันเฟืองหลักในการสร้างรายได้ของบริษัทฯ โดยมีรายได้ 523.80 ล้านบาท เติบโต 4.68% จากความสำเร็จในการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มเรือบรรทุกน้ำมันและเรือเฟอร์รี่ รวมถึงแรงหนุนจากการเติบโตของสาขาสุราษฎร์ธานี” นายสุรเดช กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้รับงานซ่อมเรือให้เป็นไปตามข้อกำหนดของสถาบันจัดชั้นเรือ (Class Society) ซึ่งเป็นงานที่มีความซับซ้อนและมีมูลค่าสูงกว่างานซ่อมบำรุงทั่วไป ส่งผลให้มูลค่างานเฉลี่ยซ่อมเรือเพิ่มขึ้น โดยฐานลูกค้าหลักยังคงเป็นกลุ่มเรือขนส่งน้ำมัน รวมถึงเรือโดยสารและเรือเฟอร์รี่ ซึ่งมีรอบการซ่อมบำรุงตามระยะเวลา
โดยสาขาสุราษฎร์ธานี มีรายได้หลักจากกลุ่มเรือโดยสารและเรือท่องเที่ยว ซึ่งสอดคล้องกับการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวในภาคใต้ ส่งผลให้ปริมาณการเดินเรือและความต้องการซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันยังมีรายได้จากงานวิศวกรรมและงานก่อสร้าง เช่น งานปรับปรุงทางลาดท่าเทียบเรือ ซึ่งช่วยเสริมความมั่นคงของโครงสร้างรายได้ให้กับสาขา
ขณะที่ ธุรกิจต่อเรือ (Shipbuilding) มีการรับรู้รายได้ 325.40 ล้านบาท ลดลง 35.32% จากปีก่อน สาเหตุหลักเกิดจากการรับรู้รายได้ของโครงการตามแผนงาน โดยในปี 2568 รับรู้รายได้ของโครงการต่อเรือปฏิบัติการอุทกศาสตร์ ของกองทัพเรือ โดยเป็นการรับรู้สะสมร้อยละ 95.80 ของทั้งโครงการ (เฉพาะปี 2568 เท่ากับ 34.72%) โดยความคืบหน้าบางส่วนล่าช้ากว่าแผน ส่งผลให้รายได้ส่วนที่เหลือไปรับรู้ในไตรมาส 1/2569 ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการแล้วเสร็จและส่งมอบเรือเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เริ่มรับรู้รายได้จากโครงการต่อเรือลากจูงขนาดไม่น้อยกว่า 3,000 แรงม้า ของท่าเรือสัตหีบ–กองทัพเรือ โดยปัจจุบันรับรู้รายได้สะสมแล้ว 13.30% ของมูลค่าโครงการ
ฝ
ในปี 2568 บริษัทฯ มีกำไรขั้นต้น 211.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.47% จากปีก่อน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 22.98% ถึงแม้รายได้จากการรับจ้างจะลดลง แต่ก็มีต้นทุนงานโครงการต่อเรือลดลง รวมถึงสามารถควบคุมต้นทุนในการซ่อมเรือทั้งด้านวัสดุ แรงงาน และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น
สำหรับทิศทางธุรกิจในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ประมาณ 10% โดยจะเดินหน้าเข้าร่วมประมูลงานโครงการต่อเรือใหม่ทั้งจากภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุน (Cost Control) เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรให้อยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง
ปัจจุบันบริษัทฯ มีมูลค่างานในมือ (Backlog) จากโครงการต่อเรือประมาณ 277 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ในปี 2569
ในระยะยาว ASIMAR มุ่งเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างรายได้ผ่านฐานลูกค้าที่หลากหลาย ทั้งกลุ่มเรือขนส่งสินค้า เรือขนส่งน้ำมัน รวมถึงงานวิศวกรรมต่าง ๆ พร้อมยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานสู่ระดับสากลตามมาตรฐาน Class Society เพื่อรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างยั่งยืน


