xs
xsm
sm
md
lg

Krungthai GLOBAL MARKETS เผยค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 31.77-ผันผวนรอรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้(6มี.ค.69)ที่ระดับ 31.77 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลง”จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 31.60 บาทต่อดอลลาร์ และมองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.55-31.95 บาท/ดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยอ่อนค่าลงและมีจังหวะอ่อนค่าลงทดสอบโซนแนวต้าน 31.85 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 31.56-31.85 บาทต่อดอลลาร์) กดดันโดยการทยอยแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ที่สอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ซึ่งกดดันให้ราคาทองคำ (XAUUSD) ปรับตัวลดลงหลุดโซน 5,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าต่อเงินบาท หลังผู้เล่นในตลาดต่างปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED รวมถึง แนวโน้มการลดดอกเบี้ยของบรรดาธนาคารกลางอื่นๆ ท่ามกลางความกังวลว่า สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางอาจทวีความรุนแรงและยืดเยื้อ หนุนให้ราคาพลังงานโลกปรับตัวสูงขึ้น เพิ่มความเสี่ยงที่จะเร่งเงินเฟ้อให้สูงขึ้น จนกระทบการดำเนินนโยบายการเงินของบรรดาธนาคารกลางได้

นอกจากนี้ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ที่ออกมาดีกว่าคาด ยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนเงินดอลลาร์เพิ่มเติม อย่างไรก็ดี การอ่อนค่าของเงินบาทได้ถูกชะลอลงบ้าง หลังผู้เล่นในตลาดบางส่วนทยอยขายทำกำไรการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์บ้าง โดยเฉพาะเมื่อประเมินจากการอ่อนค่าของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ที่ได้อ่อนค่าเข้าใกล้โซน 158 เยนต่อดอลลาร์ ทำให้ผู้เล่นในตลาดมีความกังวลว่า ทางการญี่ปุ่นและทางการสหรัฐฯ อาจเตรียมเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนญี่ปุ่น เหมือนที่เตรียมจะทำในช่วงก่อนหน้า

สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น ไฮไลท์สำคัญ อย่าง รายงานยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) อัตราการว่างงาน และอัตราการเติบโตของค่าจ้าง (Average Hourly Earnings) ของสหรัฐฯ ในเดือนกุมภาพันธ์ รวมถึงรายงานยอดค้าปลีก (Retail Sales) เดือนมกราคม ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED อาจจะกระทบต่อมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ย FED อย่างมีนัยสำคัญ

ทางฝั่งยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซน ในไตรมาสที่ 4 ปี 2025 พร้อมรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ ECB โดยเฉพาะประธาน ECB Christine Lagarde เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ ECB ท่ามกลางความกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ จากผลกระทบของการสู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้ผู้เล่นในตลาดกลับมามองว่า ECB มีโอกาสที่จะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยได้ในปีนี้

ในฝั่งเอเชีย ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจเวียดนาม ผ่านรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญรายเดือน ทั้ง อัตราเงินเฟ้อ CPI ยอดการส่งออกและนำเข้า ยอดผลผลิตอุตสาหกรรม (Industrial Production) และยอดค้าปลีก

และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง เสี่ยงทวีความรุนแรงมากขึ้นและยืดเยื้อยาวนานกว่าคาด

สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เรามองว่า การเคลื่อนไหวของเงินบาท (USDTHB) ในระยะนี้ ได้สะท้อนให้เห็นถึง ความผันผวนของเงินบาทที่สูงขึ้นจากช่วงก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งทำให้กรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทรายวันจะกว้างขึ้นจากช่วงก่อนหน้า เช่น 35 สตางค์ต่อดอลลาร์ เป็นอย่างน้อย

แต่อย่างไรก็ตาม เรามองว่า การอ่อนค่าของเงินบาทอาจมีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากบรรดาผู้เล่นในตลาดต่างรอจังหวะทยอยขายเงินดอลลาร์ ในช่วงเงินบาทอ่อนค่า ทำให้ การอ่อนค่าของเงินบาทที่อาจเกิดขึ้นได้ไม่ยาก จะเริ่มถูกชะลอลงตั้งแต่โซนแนวต้าน 31.85 บาทต่อดอลลาร์ โดยจะมีโซนแนวต้านสำคัญ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ และที่สำคัญ เรามองว่า ผู้เล่นในตลาดได้ปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของบรรดาธนาคารกลางหลักมาพอควร โดยเฉพาะในส่วนของ FED ทำให้ หากรายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ในคืนวันศุกร์นี้ ไม่ได้ออกมาดีกว่าคาดชัดเจน อาจช่วยชะลอการปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED ซึ่งจะช่วยชะลอการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ได้ ในทางกลับกัน หากยอดการจ้างงานฯ ของสหรัฐฯ ออกมาแย่กว่าคาด อาจทำให้ผู้เล่นในตลาดทยอยปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED กดดันให้ เงินดอลลาร์ย่อตัวลงได้บ้าง

อย่างไรก็ตาม เราขอเน้นย้ำว่า ผู้เล่นในตลาดควรระวังความผันผวนของเงินบาทในช่วงตลาดทยอยรับรู้ รายงานข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ที่จะรับรู้ในช่วงราว 20.30 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยจากสถิติในช่วง 1 ปี ที่ผ่านมา เราพบว่า กรอบการแกว่งตัว +/-1.0 SD ของค่าเงินบาท (USDTHB) จะสูงถึง +0.30%/-0.40% ในช่วงหลังรับรู้ข้อมูล 30 นาที