xs
xsm
sm
md
lg

ถล่มแหลกหุ้น BH / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่เปิดฉากขึ้นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเพียงหุ้นกลุ่มน้ำมันที่ได้รับประโยชน์ ส่วนหุ้นกลุ่มอื่นถูกผลกระทบโดยถ้วนหน้า และหุ้นที่เซ่นพิษสงครามมากที่สุดคือ หุ้นกลุ่มโรงพยาบาล ซึ่งถูกเทขายอย่างหนัก โดยเฉพาะหุ้นบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH

ทันทีที่เปิดการซื้อขายเมื่อวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม หุ้น BH ทรุดลง ท่ามกลางแรงขายที่หนาแน่น ก่อนปิดการซื้อขายที่ราคา 185 บาท ซึ่งเป็นราคาต่ำสุดของวัน ลดลง 28 บาท หรือลดลง 13.15% มูลค่าการซื้อขาย 3,384 ล้านบาท

ราคาหุ้น BH เคยลงไปต่ำสุดที่ 130 บาท ในรอบ 12 เดือน หลังจากนั้นกระเตื้องขึ้น และเพิ่งสร้างจุดสูงสุดใหม่ที่ 214 บาท ก่อนจะเกิดสงครามอิหร่าน

สาเหตุที่ BH ตกเป็นเป้าหมายของการถล่มขาย เกิดจากความคาดหมายว่า สงครามสหรัฐกับอิหร่าน จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของบริษัท ฯ เพราะคนไข้จากตะวันออกกลางหรือชาวอาหรับ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลัก และมีสัดส่วนรายได้ประมาณ 50% ของรายได้ทั้งหมดจะลดลง

ยิ่งสงครามยืดเยื้อ รายได้ของโรงพยาบาลยิ่งกระทบหนัก เพราะน่านฟ้านับสิบประเทศในตะวันออกกลางที่ถูกปิด ทำให้ไม่สามารถเดินทางโดยเครื่องบินได้

สถานการณ์หุ้น BH ดีขึ้นเป็นลำดับ จากจุดย่ำแย่ที่สุด เพราะผลกระทบหลายด้านที่พุ่งเข้าใส่ แต่ราคาหุ้นได้สะท้อนรับไปหมดแล้ว ขณะที่ผลประกอบการปี 2568 ไม่ได้เลวร้ายนัก โดยมีกำไรสุทธิ 7,511 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีกำไรสุทธิ 7,774 ล้านบาท

ปัจจัยพื้นฐาน BH มีความแข็งแกร่ง โดยมีค่า พี/อี เรโช ประมาณ 19 เท่า แต่อัตราเงินปันผลตอบแทนสูงถึง 5.95%

นักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศส่วนใหญ่ ต้องมีหุ้น BH ไว้ในพอร์ต เช่นเดียวกับนักลงทุนระยะยาว ที่จะซื้อหุ้น BH เก็บ เพราะผลตอบแทนคุ้มกับการถือลงทุน

ถ้าไม่มีสงคราม BH มีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้น และสร้างจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 12 เดือนได้ต่อเนื่อง แต่ปัจจัยลบเกิดขึ้นจะยาวนานขนาดไหนเท่านั้น

ถ้าสงครามยุติโดยเร็ว หุ้น BH ก็พร้อมจะเด้งกลับ เพราะผลกระทบที่ได้รับจากการสูญเสียคนไข้ในตะวันออกกลาง เกิดขึ้นเพียงระยะสั่น กระทบต่อรายพียงเล็กน้อยเท่านั้น

แต่ถ้าสงครามยืดเยื้อยาวนาน BH จะสูญเสียกลุ่มคนไข้ที่สร้างรายได้หลัก กระทบต่อผลประกอบการอย่างรุนแรง

หุ้น BH เจอผลกระทบสงครามที่อุบัติขึ้นในตะวันออกกลางเข้าเต็มเปา และราคาหุ้นได้ซึมซับข่าวร้ายในเบื้องต้นไปแล้ว เพียงแต่ไม่อาจสรุปได้ว่า ราคาหุ้นปรับฐานสะเด็ดน้ำหรือยัง

ถ้าเชื่อว่า ราคาหุ้นลงลึกมากเกินไปแล้ว และสงครามไม่ลุกลามบานปลาย กลายเป็นสงครามที่ยืดเยื้อเหมือนสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน หุ้น BH เริ่มมีความน่าสนใจ โดยเฉพาะหากปรับฐานลงต่อ

แต่ถ้าสงครามสร้างผลกระทบที่ลุกลามยาวไกล คงไม่จำเป็นต้องรีบร้อนช้อนเก็บหุ้น BH เพราะมีโอกาสช้อนซื้อหุ้นในราคาต้นทุนที่ต่ำกว่า

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นในหลายประเทศ เริ่มมีความผันผวนน้อยลงแล้ว จากวันแรกที่สงครามปะทุ ดัชนี ฯ หุ้นทั่วโลกดิ่งลงเหว ซึ่งหากมีสัญญาณว่า สงครามมีแนวโน้มคลี่คลาย หุ้นทั้งโลกพร้อมเปลี่ยนเป็นสีเขียวสดใสในทันที รวมทั้งตลาดหุ้นไทย

เช่นเดียวกับหุ้น BH ซึ่งพร้อมจะเด้งกลับขึ้นมาใหม่ และใครใจกล้า หาจังหวะดี ๆ ช้อนเก็บไว้ อาจโกยกำไรงาม ๆ ในยามวิกฤตสงคราม