xs
xsm
sm
md
lg

Krungthai GLOBAL MARKETS เผยค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 31.24-เผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าท่ามกลางสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 31.00-31.75 บาท/ดอลลาร์ และกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วงโมงข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.10-31.35 บาท/ดอลลาร์ จากระดับเปิดเช้านี้ (2 มี.ค.69)ที่ 31.24 บาทต่อดอลลาร์
“อ่อนค่าลง”จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ณ ระดับ 31.09 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาอ่อนค่าลง โดยเฉพาะในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย (แกว่งตัวในกรอบ 31.01-31.25 บาทต่อดอลลาร์) หลังสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ช่วงวันหยุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้หนุนให้ เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ส่วนราคาน้ำมันดิบได้พุ่งสูงขึ้นเกิน +7% อย่างไรก็ดี การอ่อนค่าของเงินบาทได้ถูกชะลอลงบ้าง หลังความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ดังกล่าว ได้หนุนให้ราคาทองคำ (XAUUSD) พุ่งสูงขึ้นด้วยเช่นกัน

สำหรับสัปดาห์นี้รวมถึงในช่วงระยะสั้น เราประเมินว่า ควรจับตารายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ และสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง อย่างใกล้ชิด

สำหรับ แนวโน้มเงินบาท เราประเมินว่า เงินบาท (USDTHB) เสี่ยงเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าเพิ่มเติม ท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์จากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่สามารถหนุนให้ ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น (กดดันเงินบาทผ่านปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจ เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศนำเข้าพลังงานสุทธิ) นอกจากนี้ เงินบาทเสี่ยงผันผวนสูงขึ้น เนื่องจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของ ราคาทองคำ ที่ยังมีผลกระทบต่อเงินบาทอยู่ (ยังคงต้องจับตาผลของมาตรการจากทางธนาคารแห่งประเทศไทย) และแม้ว่า เงินบาทจะอ่อนค่าลง แต่การอ่อนค่าของเงินบาทอาจถูกชะลอลงบ้าง แถวโซนแนวต้าน 31.30 บาทต่อดอลลาร์ (แนวต้านถัดไป 31.50 บาทต่อดอลลาร์) ตามแรงขายเงินดอลลาร์ของผู้เล่นในตลาด อย่างฝั่งผู้ส่งออก และที่สำคัญ หากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ได้ทยอยคลี่คลายลง โดยเฉพาะก่อนวันศุกร์นี้ ที่ตลาดจะรับรู้ รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ อาจทำให้ แรงกดดันฝั่งอ่อนค่าต่อเงินบาทลดลงบ้าง และผู้เล่นในตลาดจะให้ความสนใจกับการประเมินแนวโน้มดอกเบี้ย FED มากขึ้น ซึ่งเงินดอลลาร์ (และเงินบาท) จะเผชิญ Two-way risk พร้อมเคลื่อนไหวสองทิศทาง ขึ้นกับรายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ

ในเชิงเทคนิคัล หากประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following เงินบาทอาจแกว่งตัว Sideways จนกว่าจะสามารถอ่อนค่าทะลุโซนแนวต้าน 31.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน ส่วนในแนวโน้มระยะกลางนั้น (ประเมินด้วย Time Frame Weekly) เงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มแข็งค่าขึ้น จนกว่าจะสามารถอ่อนค่าทะลุโซน 31.70-31.80 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งอาจทำให้เราต้องปรับมุมมองต่อแนวโน้มเงินบาทใหม่ หากสามารถอ่อนค่าทะลุโซนดังกล่าว ซึ่งจะเป็นการอ่อนค่าทะลุเส้นค่าเฉลี่ย 30 สัปดาห์ ด้วยเช่นกัน

ในส่วนของเงินดอลลาร์นั้น เรามองว่า เงินดอลลาร์อาจแข็งค่าขึ้น ตอบรับความเสี่ยงจากประเด็นการสู้รบในตะวันออกกลาง ทว่า เงินดอลลาร์เสี่ยงผันผวน Two-way พร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับการปรับมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ย FED หลังรับรู้รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ