คลื่นสึนามิแห่งปัญญาประดิษฐ์กำลังเข้ามาจัดระเบียบตลาดแรงงานใหม่ ล่าสุด แจ็ค ดอร์ซีย์ (Jack Dorsey) ผู้ร่วมก่อตั้ง Twitter และซีอีโอของ Block Inc. บริษัทฟินเทคยักษ์ใหญ่ สร้างความสั่นสะเทือนด้วยการประกาศปลดพนักงานแบบฟ้าผ่าเกือบ 4,000 ตำแหน่ง หรือคิดเป็น 40% ขององค์กร เพื่อปูทางสู่การปรับโครงสร้างให้บริษัท "เล็กลง โครงสร้างแบนราบขึ้น และขับเคลื่อนด้วย AI เป็นแกนหลัก" แม้ผลประกอบการยังคงแข็งแกร่งก็ตาม การตัดสินใจครั้งเด็ดขาดนี้เป็นที่ถูกใจฝั่งทุน ดันราคาหุ้นพุ่งทะยานรับข่าวกว่า 20% ทันที ถือเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนว่าเครื่องมืออัจฉริยะกำลังพลิกโฉมสมรภูมิธุรกิจไปตลอดกาล
แจ็ค ดอร์ซีย์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Twitter และซีอีโอของ Block Inc. บริษัทฟินเทคยักษ์ใหญ่ยืนยันผ่านการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า Block Inc. ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของแพลตฟอร์มการชำระเงินดิจิทัลอย่าง Square และ Cash App ยังคงมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและมีกำไรขั้นต้นที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ความจำเป็นที่ต้องปรับโครงสร้างในครั้งนี้ ก็เพื่อตอบรับกับการเข้ามาของเทคโนโลยี AI และ "เครื่องมืออัจฉริยะ" ที่กำลังเปลี่ยนวิถีการทำงานและวิธีการดำเนินกิจการไปอย่างสิ้นเชิง โดยก่อนหน้านี้เมื่อช่วงต้นเดือน สำนักข่าวบลูมเบิร์กเคยรายงานคาดการณ์ว่าบริษัทอาจปรับลดพนักงานลงเพียง 10% เท่านั้น
"การตัดสินใจในสเกลที่ใหญ่ขนาดนี้ย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยง แต่การหยุดนิ่งอยู่กับที่ก็มีความเสี่ยงเช่นเดียวกัน" ดอร์ซีย์ โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X (อดีต Twitter) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา "เราได้ทำการทบทวนอย่างถี่ถ้วนเพื่อพิจารณาบทบาทและบุคลากรที่เราต้องการ เพื่อให้ธุรกิจเติบโตจากจุดนี้ไปได้อย่างมั่นคง และเราได้ทดสอบความกดดัน (Pressure-test) ของการตัดสินใจเหล่านั้นจากหลายมุมมอง ผมยอมรับว่าเราอาจมีข้อผิดพลาดไปบ้างในบางจุด แต่เราก็ได้สร้างความยืดหยุ่นเพื่อรองรับสิ่งนั้น และทำในสิ่งที่ถูกต้องที่สุดสำหรับลูกค้าของเรา"
ขณะที่การตอบรับจากฝั่งตลาดทุน ดูเหมือนจะสวนทางกับความสูญเสียของพนักงาน หลังจากปิดตลาดหุ้นในเวลาทำการที่ราคา 54.53 ดอลลาร์ต่อหุ้น ราคาหุ้นของ Block ก็พุ่งทะยานขึ้นกว่า 20% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ (After-hours trading) ทันทีที่ข่าวนี้แพร่ออกไป ทั้งนี้ หากมองย้อนกลับไปในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา หุ้นของบริษัทปรับตัวลดลงมาประมาณ 16% ทำให้มูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap) อยู่ที่ระดับ 3.1 หมื่นล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ดีแทนที่เขาจะใช้วิธีทยอยปลดพนักงานออกแบบค่อยเป็นค่อยไป ดอร์ซีย์ เลือกที่จะเจ็บแต่จบด้วยการปลดครั้งใหญ่ในคราวเดียว เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะความไม่แน่นอนที่ยืดเยื้อซึ่งอาจบั่นทอนขวัญกำลังใจของพนักงานที่เหลืออยู่ สำหรับพนักงานที่ได้รับผลกระทบ จะได้รับเงินชดเชยเป็นค่าจ้างจำนวน 20 สัปดาห์ บวกกับเงินเพิ่มอีก 1 สัปดาห์ต่ออายุงาน 1 ปี การเลย์ออฟฟ้าผ่าครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงประมาณหนึ่งปีหลังจากที่บริษัทเพิ่งปลดพนักงานไปกว่า 900 คน
"สำหรับพวกคุณที่ต้องจากไป…ผมรู้สึกขอบคุณและเสียใจอย่างยิ่งที่ต้องให้พวกคุณมาเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ พวกคุณคือผู้สร้างบริษัทนี้ให้เป็นอย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้" ดอร์ซีย์ กล่าวเสริม "และสำหรับคนที่ยังอยู่…ผมเป็นคนตัดสินใจเรื่องนี้และผมจะรับผิดชอบมัน สิ่งที่ผมอยากขอจากพวกคุณก็คือ มาร่วมสร้างมันไปกับผม"
ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวของ Block ไม่ได้มีเพียงมิติของการปรับตัวสู้ AI เท่านั้น บริษัทยังคงมีสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับโลกคริปโตเคอร์เรนซี โดยในรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ที่เผยแพร่เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว Block ระบุว่าบริษัทกวาดรายได้จากบิทคอยน์ไปเกือบ 2 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนเกือบหนึ่งในสามของรายได้รวมทั้งหมดของบริษัทเลยทีเดียว


