xs
xsm
sm
md
lg

ก.ล.ต. จับมือ กูเกิล ทลายแอปปลอมหลอกลงทุน สกัดแอปเถื่อนสวมรอยโบรกเกอร์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



อาชญากรรมทางเทคโนโลยีในโลกการลงทุนกำลังยกระดับความแยบยลจนน่าตกใจ ล่าสุด สำนักงาน ก.ล.ต. ต้องเปิดปฏิบัติการเชิงรุกครั้งสำคัญ ผนึกกำลังกับแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่าง กูเกิล ทลายเครือข่ายแอปพลิเคชันเถื่อนที่เหิมเกริมแอบอ้างชื่อบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ หวังลวงนักลงทุนให้ตกเป็นเหยื่อ ปรากฏการณ์นี้สะท้อนภัยคุกคามทางการเงินที่ทวีความรุนแรง ซึ่ง ก.ล.ต. ได้งัดยุทธศาสตร์ปราบปรามฉับไว สามารถปิดกั้นช่องทางมิจฉาชีพได้ภายใน 7 นาทีถึง 48 ชั่วโมง พร้อมส่งสัญญาณเตือนภัยขั้นสูงสุดให้นักลงทุนต้องเพิ่มความระมัดระวังและตรวจสอบข้อมูลอย่างรัดกุมก่อนตัดสินใจลงทุน

ภูมิทัศน์ของการลงทุนในยุคดิจิทัลกำลังเผชิญกับภัยคุกคามครั้งใหญ่ เมื่อรูปแบบการหลอกลวงทวีความซับซ้อนและแนบเนียนมากยิ่งขึ้น กลุ่มมิจฉาชีพในปัจจุบันไม่ได้พึ่งพาเพียงกลโกงแบบเดิม แต่หันมาใช้ประโยชน์จากสื่อสังคมออนไลน์ การยิงโฆษณาชวนเชื่อ ตลอดจนการส่งข้อความตรงเพื่อชักจูงใจ โดยใช้กลวิธีสุดแนบเนียนด้วยการแอบอ้างชื่อบุคคลที่มีชื่อเสียง บริษัทหลักทรัพย์ หรือแม้แต่หน่วยงานกำกับดูแลที่น่าเชื่อถือ เพื่อสร้างภาพลักษณ์และความไว้วางใจจอมปลอม ก่อนจะล่อลวงให้เหยื่อโอนเงินเข้าบัญชีม้า หรือหลอกให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเถื่อนและทำธุรกรรมผ่านเว็บไซต์ปลอม

จากกรณีอื้อฉาวล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ได้รับแจ้งเบาะแสสำคัญเกี่ยวกับการเหิมเกริมของกลุ่มมิจฉาชีพ ที่บังอาจสวมรอยแอบอ้างเป็นบริษัทหลักทรัพย์และนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ เพื่อชักชวนให้ประชาชนร่วมลงทุนผ่านแอปพลิเคชันที่มีพฤติกรรมต้องสงสัย ทันทีที่รับทราบเรื่อง ก.ล.ต. ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เร่งเครื่องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งลากไส้แอปพลิเคชันอันตรายดังกล่าวมาตีแผ่บนระบบ อินเวสเตอร์ อเลิร์ต (Investor Alert) และกระจายข่าวสารเตือนภัยแบบปูพรมผ่านช่องทาง เฟซบุ๊กเพจ ของ ก.ล.ต. เพื่อสกัดกั้นไม่ให้มีผู้หลงเชื่อเพิ่มขึ้น

ความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาในปฏิบัติการครั้งนี้ คือการบูรณาการความร่วมมือข้ามพรมแดน โดย ก.ล.ต. ได้ประสานงานสายตรงไปยัง กูเกิล (Google) ยักษ์ใหญ่ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดาวน์โหลดแอปพลิเคชันระดับโลก ซึ่งทาง กูเกิล ได้ตอบสนองอย่างทันท่วงทีด้วยการสั่งปิดกั้นและถอดแอปพลิเคชันหลอกลวงดังกล่าวออกจากระบบแพลตฟอร์มโดยเด็ดขาด มาตรการขั้นเด็ดขาดนี้ถือเป็นการตัดท่อน้ำเลี้ยงและปิดช่องทางการเข้าถึงของมิจฉาชีพ ช่วยระงับยับยั้งความเสียหายระดับมหภาคที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนได้อย่างทันท่วงที

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต.
นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. ได้ออกมาวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างน่าสนใจ โดยระบุว่า ก.ล.ต. ตระหนักถึงรากเหง้าของปัญหาการหลอกลงทุนที่กำลังลุกลามราวกับไฟลามทุ่ง และสร้างมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล ซึ่งเมื่อเทียบกับภาพรวมของอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ทั้งประเทศแล้ว คดีหลอกลงทุนถือว่ามีมูลค่าความเสียหายที่พุ่งทะยานติดอันดับต้นๆ ด้วยเหตุนี้ ก.ล.ต. จึงต้องปรับรื้อกลยุทธ์ หันมาใช้แนวทางเชิงรุกอย่างเต็มกำลัง

อาวุธสำคัญที่ ก.ล.ต. นำมาใช้ คือการเปิดสายด่วนแจ้งหลอกลงทุน ก.ล.ต. เพื่อเป็นศูนย์กลางในการให้คำปรึกษาและรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ควบคู่ไปกับการจับมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อทะลวงฟันปิดกั้นช่องทางทำกินของมิจฉาชีพ ผลลัพธ์จากการทำงานเชิงรุกนี้เป็นที่ประจักษ์ชัด เมื่อสามารถประสานงานเพื่อปิดกั้นช่องทางหลอกลวงได้รวดเร็วที่สุดภายใน 7 นาที และช้าที่สุดไม่เกิน 48 ชั่วโมง ถือเป็นการจำกัดวงจรความเสียหายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

อย่างไรก็ตามทิศทางการดำเนินงานที่เข้มข้นนี้ เป็นไปตามกรอบพันธกิจ ทรีซีเอส (3CS) ของ ก.ล.ต. ซึ่งประกอบไปด้วย คอนซัลเทชัน (Consultation) หรือการเป็นที่พึ่งพิงในการให้คำปรึกษาและรับแจ้งเหตุ คอมมิวนิเคชัน (Communication) หรือการสื่อสารเพื่อเตือนภัยร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรพร้อมจัดทำศูนย์ข้อมูลกลาง และ คอลลาบอเรชัน (Collaboration) หรือการผนึกกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างเกราะกำบังที่แข็งแกร่งในการสกัดกั้นภัยพาลทางการเงิน

ท้ายที่สุดนี้ ก.ล.ต. ได้ส่งสารเตือนภัยขั้นสูงสุดไปยังนักลงทุนและประชาชนทั่วไป ให้ยกระดับความระมัดระวังในการทำธุรกรรมทางการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำชักชวนที่ลอยมาจากโซเชียลมีเดียหรือแอปพลิเคชันที่ไม่คุ้นตา กฎเหล็กที่นักลงทุนต้องท่องให้ขึ้นใจคือ ต้องตรวจสอบเสมอว่าบุคคลหรือนิติบุคคลที่มาชักชวนนั้น ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องและอยู่ภายใต้ร่มเงาการกำกับดูแลของ ก.ล.ต. หรือไม่ นอกจากนี้ หากพบข้อเสนอที่เย้ายวนใจด้วยผลตอบแทนที่สูงลิ่วผิดปกติ หรือพยายามใช้จิตวิทยาเร่งรัดให้รีบตัดสินใจโอนเงิน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่านั่นคือกับดักของมิจฉาชีพ

สำหรับนักลงทุนที่ยังมีความเคลือบแคลงสงสัย สามารถนำชื่อไปตรวจสอบบัญชีดำบนระบบ อินเวสเตอร์ อเลิร์ต หรือค้นหารายชื่อผู้ให้บริการและผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นหลักทรัพย์หรือสินทรัพย์ดิจิทัล ผ่านระบบ เอสอีซี เช็ก เฟิสต์ (SEC Check First) ซึ่งมีให้บริการทั้งในรูปแบบแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ หรือหากต้องการความมั่นใจขั้นสุด สามารถยกหูโทรศัพท์ต่อสายตรงไปที่สายด่วน ก.ล.ต. โทร 1207 กด 22 เพื่อรับคำปรึกษาเจาะลึกจากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญได้ทันที ปิดประตูความเสี่ยง สร้างภูมิคุ้มกันให้พอร์ตการลงทุนอย่างยั่งยืน