xs
xsm
sm
md
lg

PSP งวดปี 68 โกยรายได้รวมกว่า 1.2 หมื่นล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์  แจ้งกำไรสุทธิ 853.5 ล้านบาท เติบโต 27.1% เมื่อเทียบกับปี 2567 ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจที่ผันผวน และราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวขึ้นลงต่อเนื่อง ผจากการเร่งขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ การปรับโครงสร้างพอร์ตผลิตภัณฑ์สู่กลุ่มที่มีมูลค่าสูง ตลอดจนการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่เริ่มส่งผลเชิงบวกต่อรายได้และความสามารถทำกำไร บอร์ดอนุมัติจ่ายปันผล 0.20 บาทต่อหุ้น  และปี 69 คาดตลาดผลิตภัณฑ์หล่อลื่นในภูมิภาคเอเชียจะเติบโต 2.4% ต่อปี จากขนาดตลาดรวมมากกว่า 3,300 ล้านลิตร  และตั้งเป้าสร้างกำไรนิวไฮใหม่ต่อเนื่อง

นายเสกสรร ครองพาณิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PSP ผู้นำด้านโซลูชันผลิตภัณฑ์หล่อลื่นแบบครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้รายงานผลการดำเนินงานปี 2568กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยในปีที่ผ่านมา PSP มีรายได้ 12,729.8 ล้านบาท ทำกำไรสุทธิ 853.5 ล้านบาท เติบโต 27.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่ 671.7 ล้านบาท นับเป็นกำไรสุทธิสูงสุดต่อเนื่อง 2 ปีติดต่อกัน นับตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจในปี 2532

“ยอดขายผลิตภัณฑ์หล่อลื่น จาระบี น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้า น้ำมันผสมยาง ฯลฯ ในปี 2568 เติบโต 3.5% จากปีที่ผ่านมา โดยเพิ่มขึ้นจากทั้งลูกค้าปัจจุบันและลูกค้ารายใหม่ที่อยู่ในประเทศ รวมทั้งจากตลาดต่างประเทศที่ PSP ส่งออกผลิตภัณฑ์ไปกว่า 50 ประเทศ ใน 5 ทวีป ณ สิ้นปี 2568 สัดส่วนยอดขายในประเทศกับต่างประเทศอยู่ที่ 75.5% : 24.5% โดยสัดส่วนยอดขายในต่างประเทศเพิ่มขึ้น 5.3% เมื่อเทียบกับปี 2567 ทั้งนี้ บริษัทยังตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศให้เป็น 30% ภายในปี 2571” นายเสกสรร กล่าว

ตลอดปี 2568 ที่ผ่านมา PSP ได้ขยายการลงทุนเชิงกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการขยายธุรกิจใหม่ต่อยอดจากความเชี่ยวชาญเดิม ที่สำคัญคือ การเลือกลงทุนในธุรกิจที่สร้างรายได้ใหม่และมีโอกาสขยายตัวในอนาคต รวมทั้งสามารถต่อยอดธุรกิจหลักของ PSP ซึ่งดีลสำคัญคือการเข้าถือหุ้น 100% ใน บริษัท รีไซเคิล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด หรือ RE ผู้เชี่ยวชาญด้านการรีไซเคิลสารเคมี ในเดือนมิถุนายนปี 2568 ซึ่ง PSP สามารถรับรู้ส่วนแบ่งกำไรในปีที่ผ่านมาทันที

ในปี 2569 นี้ ข้อมูลจาก Kline ASEAN Market Research คาดการณ์ว่าตลาดผลิตภัณฑ์หล่อลื่น น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้า และน้ำมันผสมยาง ทั้งในประเทศและต่างประเทศมีมูลค่ารวมกว่า 3,300 ล้านลิตร และจะขยายตัวประมาณ 2.4% ต่อปี ขณะที่ PSP มองเห็นโอกาสในการเติบโตจากผลิตภัณฑ์หลัก จึงกำหนดเป้าหมายที่จะทำกำไรสุทธิในปี 2569 ให้เติบโตสูงสุดต่อเนื่อง โดยจะเน้นการขยายตลาดส่งออก ควบคู่ไปกับการพัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวทางความยั่งยืนหรือใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติมากขึ้น นอกจากด้านการตลาดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์แล้ว การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งที่ PSP ให้ความสำคัญและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มอัตราการทำกำไรของบริษัท

ทั้งนี้  PSP มีแผนในการใช้นวัตกรรมและพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่อนาคตที่ยั่งยืน เช่น การพัฒนาน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าชีวภาพ ‘EnPAT’ โดยร่วมมือกับการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เป็นโครงการนำร่องทดสอบการใช้งาน เพื่อเตรียมผลักดันมาตรฐานน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าใหม่ในประเทศ การวิจัยและพัฒนาสารหล่อเย็นแบบจุ่ม (Immersion Coolants) สำหรับเทคโนโลยีระบายความร้อนใน Data Center รวมทั้งระบบ Charging และระบบระบายความร้อนของรถยนต์ EV การศึกษาและพัฒนาการนำน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วกลับมา Recycle และใช้ใหม่ หรือ Re-Refined Base Oil และ การเป็นเจ้าของโรงงานผลิต AdBlue® น้ำยาบำบัดไอเสียในเครื่องยนต์ดีเซล เจ้าแรกของประเทศไทยที่มีกำลังการผลิตสูงสุดถึง 15 ล้านลิตรต่อปี และได้รับรองมาตรฐาน VDA จากประเทศเยอรมัน AdBlue® ซึ่งเป็นเทคโนโลยีในการลดมลพิษที่ปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการควบคุมไอเสียของประเทศไทย และสอดคล้องกับมาตรฐานไอเสียระดับสากล เป็นต้น

“การพัฒนานวัตกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับหนึ่งในกลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนแผนงานของ PSP ด้านการสร้างความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าเฉพาะกลุ่ม หรือ Specialized Creation โดยต่อยอดองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ของทีมนักวิจัยและพัฒนา รวมทั้งใช้ห้องแล็บที่มีมาตรฐานระดับสากล พร้อมร่วมมือกับพันธมิตรในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อขยายฐานลูกค้า โดยเน้นไปยังตลาดที่มีโอกาสเติบโตและมีอัตราทำกำไรสูง เพื่อเตรียมรับกระแสเมกะเทรนด์ เสริมความแข็งแกร่ง และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์รักษ์โลก หรือ Greenovative Creation ที่เป็นการต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามพันธกิจของ PSP ในการดำเนินธุรกิจด้วยแนวทางปฏิบัติที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” นายเสกสรร อธิบาย

อนึ่ง จากผลการดำเนินงานที่สร้างสถิติสูงสุดตั้งแต่เริ่มดำเนินการมา คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติจ่ายปันผลเงินสดงวดปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.20 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 12 มีนาคม 2569 และกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล(Record date) วันที่ 13 มีนาคม 2569 เพื่อจ่ายปันผลในวันที่ 18 พฤษภาคม 2569

นายเสกสรร กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากเป้าหมายด้านรายได้และกำไรแล้ว PSP ยังมีเป้าหมายการดำเนินธุรกิจในกรอบของความยั่งยืนหรือ ESG ในทุกมิติ บนพื้นฐานของการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยได้กำหนดเป้าหมายปีนี้ คือ ได้รับการประเมิน FTSE Russell ESG Scores หรือผลคะแนนจากการประเมินการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) อยู่ในเกณฑ์ที่ดี พร้อมทั้งปรับปรุงกระบวนการดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นการลดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามเป้าหมายการลดอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ภายในปี 2593 เพื่อให้ PSP เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ด้วยการเติบโตและรักษาความเป็นผู้นำได้ต่อเนื่องในระยะยาว