สภารัฐอินเดียน่า สหรัฐอเมริกาไฟเขียวผ่านร่างกฎหมาย เอชบี 1042 ฉลุยทั้งสองสภา เตรียมชงเรื่องส่งต่อให้ผู้ว่าการรัฐ ไมก์ บรอน ลงนามบังคับใช้ นับเป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของวงการสินทรัพย์ดิจิทัล ด้วยเนื้อหาที่มุ่งคุ้มครองสิทธิของนักลงทุน สกัดกั้นการเก็บภาษีคริปโตที่เลือกปฏิบัติ และที่น่าจับตาที่สุดคือการเปิดประตูกว้างให้นำคริปโตเคอร์เรนซีเข้าไปเป็นหนึ่งในทางเลือกของการลงทุนในแผนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและบัญชีเพื่อการเกษียณอายุของรัฐ สร้างมาตรฐานใหม่ที่เหนือกว่ารัฐอื่นๆ ในสหรัฐฯ ที่เคยออกกฎหมายในลักษณะคล้ายคลึงกัน
ฝ่ายนิติบัญญัติแห่งรัฐอินเดียน่าได้มีมติส่งร่างกฎหมายฉบับสำคัญให้แก่ ไมก์ บรอน ผู้ว่าการรัฐ เพื่อพิจารณาลงนาม โดยร่างกฎหมายฉบับนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับการคุ้มครองทางกฎหมายแก่ผู้ใช้งานคริปโตเคอร์เรนซี พร้อมทั้งกำหนดเงื่อนไขสำคัญที่บังคับให้แผนการออมและแผนการเกษียณอายุของรัฐบางประเภท ต้องเปิดทางเลือกให้มีบัญชีนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่ผู้ลงทุนสามารถบริหารจัดการด้วยตนเอง ซึ่งจะต้องมีตัวเลือกการลงทุนในคริปโตอย่างน้อยหนึ่งรายการรวมอยู่ด้วย
ข้อมูลจาก ลีจิสแกน ระบุว่า ร่างกฎหมายสภาผู้แทนราษฎรหมายเลข 1042 หรือ เอชบี 1042 ว่าด้วยการกำกับดูแลและการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซี ได้ผ่านความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 59 เสียง ต่อเสียงคัดค้าน 33 เสียง
เจตนารมณ์หลักของร่างกฎหมายฉบับนี้ คือการปกป้องสิทธิของนักลงทุนในบิทคอยน์และคริปโตเคอร์เรนซี สั่งห้ามการจัดเก็บภาษีคริปโตในลักษณะที่เลือกปฏิบัติหรือไม่เป็นธรรม และถือเป็นการเปิดประตูบานใหญ่สำหรับการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลในแผนการเกษียณอายุของรัฐ
ขณะนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวได้ถูกส่งไปถึงมือของ ไมก์ บรอน เพื่อรอการลงนาม ซึ่งหากได้รับการอนุมัติ บทบัญญัติส่วนใหญ่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม เป็นต้นไป ในขณะที่ข้อกำหนดเกี่ยวกับบัญชีนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่ผู้ลงทุนบริหารจัดการเองในแผนการเกษียณอายุนั้น จะมีผลบังคับใช้ในระยะต่อไป
ที่ผ่านมา มีรัฐในสหรัฐอเมริกาเพียงไม่กี่แห่งที่ได้ลงนามบังคับใช้ร่างกฎหมายคุ้มครองนักลงทุนคริปโต ซึ่งรวมถึงรัฐโอคลาโฮมาในเดือนพฤศจิกายน 2567 และรัฐเคนทักกีในเดือนมีนาคม 2568
ขณะที่ร่างกฎหมายสภาผู้แทนราษฎรหมายเลข 2481 ของรัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งมุ่งเน้นสิทธิการคุ้มครองนักลงทุนคริปโตเช่นกัน ได้ผ่านความเห็นชอบด้วยแรงสนับสนุนอย่างท่วมท้นจากทั้งสองพรรคการเมืองเมื่อเดือนตุลาคม 2567 แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมายแต่อย่างใด
ความโดดเด่นที่ทำให้ร่างกฎหมายสิทธิคริปโตของรัฐอินเดียน่าแตกต่างและล้ำหน้ากว่ารัฐอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด คือการเป็นกฎหมายเพียงฉบับเดียวที่มุ่งเน้นการนำเสนอบัญชีนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่ผู้ลงทุนบริหารจัดการเอง เพื่ออำนวยความสะดวกและผสานคริปโตเข้ากับแผนการเกษียณอายุอย่างเป็นรูปธรรม
เพิ่มทางเลือกคริปโตในแผนเกษียณอายุ
ร่างกฎหมายฉบับนี้จะปลดล็อกให้ชาวอินดีแอนาสามารถถือครองบิทคอยน์และสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเกษียณอายุได้เป็นครั้งแรก
หากมีการลงนามบังคับใช้ ร่างกฎหมายจะกำหนดให้แผนการออมและแผนการเกษียณอายุของรัฐที่ระบุไว้ ต้องนำเสนอบัญชีนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่ผู้ลงทุนบริหารจัดการเอง โดยมีตัวเลือกการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีอย่างน้อยหนึ่งรายการ ภายในวันที่ 1 กรกฎาคม 2570
การปรับเปลี่ยนนี้จะครอบคลุมวงกว้างไปถึงแผนสมทบเงินทุนของสมาชิกรัฐสภา แผนฮูซิเยอร์ สตาร์ต ตลอดจนกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการและกองทุนบำเหน็จบำนาญครูที่ระบุไว้ และอื่นๆ อีกหลายรายการ
ยิ่งไปกว่านั้น ร่างกฎหมายยังบรรจุบทบัญญัติสำคัญอื่นๆ ที่มุ่งคุ้มครองสิทธิของนักลงทุนคริปโตจากการถูกกวาดล้างหรือการออกกฎระเบียบที่เข้มงวดเกินควรในอนาคต
สกัดกั้นอำนาจรัฐในการจำกัดสิทธิคริปโต
ภายใต้ร่างกฎหมายของอินดีแอนา หน่วยงานของรัฐและหน่วยงานท้องถิ่นจะถูกจำกัดอำนาจในการบังคับใช้กฎระเบียบใดๆ ที่มุ่งห้ามการชำระเงินด้วยคริปโตที่ถูกกฎหมาย การเก็บรักษาสินทรัพย์ด้วยตนเอง หรือการทำเหมืองขุดคริปโต ภายใต้ข้อยกเว้นบางประการที่ระบุไว้ในร่างกฎหมาย
ทั้งนี้ กฎหมายกำหนดห้ามมิให้หน่วยงานของรัฐ ซึ่งไม่รวมถึงกรมสถาบันการเงิน ออกกฎระเบียบที่กีดกันความสามารถของบุคคลในการรับชำระเงินด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับสินค้าและบริการที่ถูกกฎหมาย ห้ามกีดกันการเก็บรักษาคริปโตด้วยตนเอง ตลอดจนห้ามกำหนดภาษีและค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อนสำหรับการชำระเงินและการเก็บรักษาสินทรัพย์ด้วยตนเอง
ในประการสุดท้าย ร่างกฎหมายยังสั่งห้ามการบังคับใช้กฎระเบียบใดๆ ที่มีเจตนาสั่งห้ามหรือขัดขวางการดำเนินธุรกิจหรือกิจกรรมการขุดคริปโตขององค์กรธุรกิจและบุคคลทั่วไปอีกด้วย


