บรรยากาศการซื้อขายหุ้นยังคงคึกคักสุดเหวี่ยงอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยบวกสนับสนุนอยู่รอบด้าน ทั้งจากภายนอกและภายใน ทำให้ดัชนี ฯ พุ่งทะยานสร้างจุดสูงสุดใหม่ในรอบกว่า 2 ปี ท่ามกลางมูลค่าซื้อขายที่หนาแน่น
วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หุ้นดีดตัวขึ้นแรงทันทีที่เปิดการซื้อขาย โดยมีข่าวประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเก็บภาษีสินค้านำเข้าสหรัฐเหลือ 10% ลดลงจากก่อนหน้าที่ประกาศเก็บ 15% กระตุ้นให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นรับข่าว
ส่วนปัจจัยภายในประเทศ มีทั้งข่าวคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรอง ส.ส. เขตจำนวน 396 ราย และตามด้วยข่าวคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% เหลือ 1% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและลดภาระหนี้ของธุรกิจ SME รวมทั้งหนี้ภาคครัวเรือน
นอกจากนี้ นักลงทุนต่างชาติยังกลับมาไล่ซื้อหุ้นอีกครั้ง หลังจากเมื่อวันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ขายหุ้นออก 718 ล้านบาท จนดัชนีฯอ่อนตัวลง ทำให้นักลงทุนกังวลว่าต่างชาติจะเทขายต่อเนื่อง
ข่าวดีที่ไหลทะลักเข้าตลาดหุ้น ทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจว่าดัชนีฯรอบนี้จะวิ่งยาว ตีฝ่าแนวต้าน 1,500 จุดได้อีกครั้ง จึงไล่ซื้อหุ้นดักเก็งกำไรกันอย่างคึกคัก ผลักดันให้ดัชนี ฯ พุ่งทะลุผ่าน 1,500 จุดภายในเวลารวดเร็ว หลังเปิดการซื้อขายหุ้นวันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ได้ไม่นาน และขึ้นไปสูงสุดระหว่างชั่วโมงซื้อขายที่ 1,522 จุด ก่อนตัวลงมาปิดที่ระดับ 1,516.01 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 25.61 จุด มูลค่าซื้อขาย 95,599 ล้านบาท
แต่ความเคลื่อนไหวที่นักลงทุนต้องเฝ้าจับตากันอีกครั้งคือ นักลงทุนต่างชาติได้ทยอยขายหุ้นออกอีกครั้ง จำนวน 2,324 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนรายย่อย พอร์ตโบรกเกอร์ และนักลงทุนสถาบันในประเทศ กลายเป็นผู้ซื้อ และร่วมกันผลักดันให้ดัชนีฯพุ่งทะยาน โดยนักลงทุนต่างชาติฉวยโอกาสขายทำกำไร
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์บางคนยังมองโลกในแง่ดี มีความเชื่อว่าหุ้นมีโอกาสเดินหน้าต่อ โดยวางเป้าหมายว่าดัชนี ฯ จะตีฝ่าทะลุระดับ 1,550 จุดได้ในรอบนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์หลายคนส่งสัญญาณเตือนความเสี่ยง เพราะราคาหุ้นเริ่มไม่ถูก และมีความเสี่ยงที่จะเกิดการปรับฐานถ้ามีปัจจัยลบกระทบ
ถ้าเทียบจุดปิดเมื่อวันพุธที่ผ่านมากับจุดต่ำสุดของดัชนีฯเมื่อกลางเดือนมกราคมที่ลงไประดับ 1,253 จุด ดัชนีฯปรับตัวขึ้นมาแล้วประมาณ 260 จุด ซึ่งถือว่าปรับตัวขึ้นมาไกลเกินความคาดหมายของทุกฝ่าย และปัจจัยแวดล้อมยังบ่งชี้ว่าดัชนีฯอาจไปได้ต่อถึงระดับ 1,550 จุด
แต่จะต้องไม่มีปัจจัยลบสอดแทรกเข้ามากระทบ และนักลงทุนต่างชาติจะต้องซื้อหุ้นต่อเนื่อง เพราะถ้าต่างชาติหยุดซื้อหรือขาย ดัชนีฯอาจพักปรับฐาน
ตัวเลขการขายหุ้นของต่างชาติกว่า 2 พันล้านบาทเมื่อวันพุธที่ผ่านมา นักลงทุนรายย่อยไม่ควรมองข้าม แต่จะต้องเฝ้าระวัง เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนการหยุดพักการตะลุยซื้อหุ้นคืนของต่างชาติ และอาจพลิกกลยุทธ์หันมาเทขายทำกำไร ซึ่งจะส่งผลให้ขาขึ้นของหุ้นรอบนี้ปิดฉากลง
ใครขายไม่ทันจะเสียโอกาสทำกำไร
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์แวดล้อมตลาดหุ้นยังไม่มีสัญญาณข่าวร้ายที่จะทำให้ตลาดเกิดความผันผวนรุนแรง แต่เป็นสถานการณ์ที่เอื้อให้หุ้นเดินหน้าต่อ โดยมีหุ้น บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ถือธงนำ
เพียงแต่ยิ่งเดินต่อไปใกล้ 1,550 จุด หุ้นจะยิ่งโอเวอร์ฮีท จนนักลงทุนรายย่อยอาจต้องโดดลงกลางทางก่อนถึงจุดหมายปลายทาง
ชิงเทขายหุ้นทำกำไรโดยไม่ต้องรอขายที่ 1,550 จุด


