ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลส่งสัญญาณฟื้นตัวระยะสั้น หลังราคาบิทคอยน์ดีดกลับทะยานทะลุ 66,000 ดอลลาร์ รับแรงหนุนเชิงบวกจากตลาดหุ้นวอลล์สตรีทที่พลิกกลับมาปิดบวก สยบแรงตื่นตระหนกจากมหกรรมเทขายหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีเมื่อต้นสัปดาห์ ท่ามกลางการจับตาอย่างใกล้ชิดของกูรูนักวิเคราะห์ว่า แนวรับเส้นตายที่ระดับ 60,000 ดอลลาร์ จะแข็งแกร่งพอที่จะทำหน้าที่เป็นจุดต่ำสุดของรอบนี้ได้หรือไม่ หรือจะเป็นเพียงการดีดตัวลวงตาก่อนเผชิญแรงเทขายระลอกใหม่ที่อาจฉุดราคาดำดิ่งสู่กรอบ 50,000 ดอลลาร์ตอนต้น
ภาวะเลือดไหลในตลาดคริปโตหยุดชะงักลงชั่วคราวในวันอังคาร เมื่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ ส่งสัญญาณฟื้นตัวจากการเทขายอย่างหนักในกลุ่มหุ้นปัญญาประดิษฐ์และซอฟต์แวร์เมื่อวันจันทร์ โดยเมื่อสิ้นเสียงระฆังปิดตลาด ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ทะยานขึ้นกว่า 370 จุด ในขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 สามารถรักษาระดับบวกไว้ได้ที่ 0.77 เปอร์เซ็นต์ การฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของตลาดทุนสหรัฐฯ ในครั้งนี้ ดูเหมือนจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยคลายความกดดันเชิงลบที่มีต่อนักลงทุนในตลาดคริปโต ซึ่งก่อนหน้านี้ต่างเร่งลดสัดส่วนการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อหนีตาย
บรรดานักวิเคราะห์ทิศทางราคาบิทคอยน์ยังคงประสานเสียงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทวงคืนแนวรับเดิมที่ 65,000 ดอลลาร์ และการยืนระยะให้เหนือระดับ 60,000 ดอลลาร์ให้ได้อย่างมั่นคง โดยกูรูหลายสำนักเตือนตรงกันว่า หากราคาทรุดตัวหลุดแนวรับหลังนี้ อาจเป็นสายชนวนชั้นดีที่ฉุดให้ราคาดิ่งลงไปทดสอบจุดต่ำสุดใหม่ในกรอบ 50,000 ดอลลาร์ตอนต้นได้อย่างรวดเร็ว
แม้ว่าปัจจุบันราคาบิทคอยน์จะยังคงซื้อขายอยู่ในระดับที่ห่างไกลจากจุดสูงสุดตลอดกาลถึง 49 เปอร์เซ็นต์ แต่แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลตลาดอย่าง แมททีเรียล อินดิเคเตอร์ส ได้จับสัญญาณความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ โดยพบคำสั่งซื้อในตลาดสปอตมูลค่า 4.5 ล้านดอลลาร์จากกลุ่ม วาฬยักษ์ เมื่อช่วงเช้าวันอังคาร ทางแพลตฟอร์มระบุว่า แม้ตัวเลขดังกล่าวอาจดูไม่สูงนักเมื่อเทียบกับมูลค่าตลาดรวม แต่ก็ถือเป็นปริมาณที่ใหญ่กว่าคำสั่งซื้อทั่วไปในระดับ 1 ถึง 2 ล้านดอลลาร์ที่มักพบในกลุ่มนักลงทุนระดับนี้ พร้อมเสริมข้อมูลเชิงลึกว่า พฤติกรรมเช่นนี้มักเกิดขึ้นเมื่อกลุ่มทุนขนาดใหญ่จงใจกว้านซื้อเพื่อดึงสภาพคล่องและพยายามทลายกำแพงแนวต้านของตลาด
คำถามสำคัญคือ ถึงเวลาพลิกฟื้นของบิทคอยน์แล้วหรือยัง
ณ เวลานี้ สัญญาณที่บ่งชี้ถึงการกลับตัวจากตลาดหมีที่ยืดเยื้อยังมีอยู่อย่างจำกัด ทว่านักวิเคราะห์ต่างตั้งข้อสังเกตถึงภาวะการเทขายที่มากเกินไปอย่างรุนแรงของบิทคอยน์ โดยอ้างอิงข้อมูลเชิงสถิติหลายประการที่เคยเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของบรรยากาศการลงทุนในอดีตเมื่อดัชนีชี้วัดทะลุขีดจำกัด ตามรายงานของ คอยน์เทเลกราฟ ดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์ หรืออาร์เอสไอรายสัปดาห์ของบิทคอยน์ ได้ทรุดตัวลงแตะระดับ 25.71 ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดที่ไม่เคยปรากฏให้เห็นเลยนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปี 2565 โดยจากสถิติในอดีต ค่าอาร์เอสไอที่ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 28 มักถูกมองว่าเป็นจังหวะเข้าซื้อในราคาลดพิเศษ และเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าว่าตลาดกำลังคลำหาจุดต่ำสุดเพื่อสร้างฐานใหม่
อเล็กซ์ ธอร์น หัวหน้าฝ่ายวิจัยองค์กรของ กาแล็กซี ได้ให้มุมมองวิเคราะห์ว่า บิทคอยน์กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้เขตแดนของการเทขายที่มากเกินไปในระดับประวัติการณ์ โดยอธิบายเสริมว่า ค่าอาร์เอสไอรายสัปดาห์ในขณะนี้อยู่ในจุดที่ต่ำกว่าทุกช่วงเวลา จะยกเว้นก็เพียงแต่ในช่วงวิกฤตตลาดหมีที่มืดมิดที่สุดเท่านั้น
นอกจากนี้ ราคาบิทคอยน์ยังขยับเข้าใกล้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โปเนนเชียล 200 สัปดาห์ ที่ระดับ 58,855 ดอลลาร์ โดยมีระยะห่างเพียง 9 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเทรดเดอร์บางกลุ่มมองว่าระดับราคานี้คือจุดเริ่มต้นของกระบวนการสร้างฐานตามวัฏจักรตลาดในอดีต อย่างไรก็ตาม เร็กต์ แคปิตอล นักวิเคราะห์คริปโตชื่อดัง กลับประเมินสถานการณ์ด้วยมุมมองที่ระมัดระวังกว่า โดยชี้ให้เห็นว่า การที่ราคาปิดรายวันยืนยันการหลุดต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน อาจพลิกกลับมาทำหน้าที่เป็นแนวต้านสำคัญในทุกความพยายามที่จะฟื้นตัว เร็กต์ แคปิตอล เตือนว่า การทดสอบเส้นค่าเฉลี่ยดังกล่าวในอนาคต อาจกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้เกิดแรงเทขายกดดันตลาดขาลงให้รุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก
ท้ายที่สุด แม้ว่าบิทคอยน์กำลังอยู่ในช่วงคลำหาจุดต่ำสุด แต่กระบวนการดังกล่าวอาจต้องกินเวลาลากยาวไปอีกหลายเดือน ไบรอัน บรูกเชียร์ นักวิเคราะห์บิทคอยน์ ประเมินว่า การบดขยี้เพื่อสร้างฐานนั้นต้องอาศัยเวลา แต่สัญญาณบวกที่จะบ่งชี้ว่าตลาดกำลังเดินมาถูกทาง คือการเกิดจุดสมดุลของอุปทานบิทคอยน์ในมาตรวัดกำไรขาดทุน รวมถึงการที่ราคาบิทคอยน์สามารถดีดตัวกลับจากระดับต้นทุนการขุดได้สำเร็จ นอกจากนี้ บรูกเชียร์ ยังตั้งข้อสังเกตถึงตัวแปรสำคัญระดับมหภาคอย่างนโยบายการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด ไม่ว่าจะเป็นฝีมือของประธานเฟดคนปัจจุบันอย่าง เจอโรม พาวเวลล์ หรือผู้ที่อาจก้าวขึ้นมาเป็นประธานคนใหม่อย่าง เควิน วอร์ช ว่าจะเป็นปัจจัยชี้ชะตาที่มีอิทธิพลอย่างลึกซึ้งต่อทิศทางราคาบิทคอยน์ในระยะต่อไป


