xs
xsm
sm
md
lg

LH BANK ตั้งเป้าสินเชื่อโต 10-12%-ลุยสินเชื่อบ้าน-เอสเอ็มอี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายฉี ชิง-ฟู่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LH Bank) เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจปี 2569 ธนาคารตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อที่ 10-12% เน้นการดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน และรักษาระดับ NPL ให้ต่ำกว่า 3% ซึ่งแม้ว่าแนวโน้มจะสูงขึ้นบ้างตามสินเชื่อที่เติบโตโดยเฉพาะในกลุ่มเอสเอ็มอี แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ โดยมีกลยุทธ์เน้นขยายพอร์ต SME ด้วยผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ออกแบบสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย การสร้างพอร์ตห่วงโซ่อุปทานระดับโลก (FDI) และเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมจาก Trade Finance และ FX การสนับสนุนสินเชื่อ Green Finance การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมความต้องการของลูกค้า การนำ Data Analytics มาเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการด้าน Wealth Management ที่ธนาคารมุ่งสร้างความมั่งคั่งด้วยบริการให้คำปรึกษาที่เข้าถึงง่ายและโซลูชันการลงทุนที่ออกแบบมาเฉพาะบุคคล

พร้อมกันนั้น ธนาคารก็ยังพร้อมให้ความร่วมมือในการช่วยเหลือลูกหนี้ที่มีปัญหาตามแนวทางของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ในโครงการต่างๆต่อเนื่องจากปีที่ก่อน โดยเฉพาะในส่วนของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รวมถึงยังตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อใหม่กลุ่มเอสเอ็มอีปีนี้สูงกว่าปีก่อน 2 เท่าหรือคิดเป็น 6,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่ 3,000 ล้านบาท ทั้งนี้ การขยายพอร์ตสินเชื่อเอสเอ็มอีและสินเชื่อรายย่อยนั้น ถือเป็นการดำเนินการเพื่อสร้างสมดุลของพอร์ตรวม

"ในปีที่ผ่านมาสินเชื่อเราเติบโตได้ดีแม้ว่าทั้งระบบจะทรงๆ ดังนั้น ในปีนี้จึงยังคงเดินหน้าต่อเนื่องโฟกัสทั้งในส่วนของสินเชื่อบ้าน และกลุ่มเอสเอ็มอี ซึ่งธนาคารไม่ได้ให้ความสำคัญกับกลุ่มอุตสาหกรรม เพราะเราเชื่อว่าแม้ภาพรวมกลุ่มอุตสาหกรรมจะไม่ดีแต่ก็จะยังมีบางบริษัทที่ยังดีมีศักยภาพที่ดี เหมือนกับสินเชื่อบ้านที่ดูไม่ค่อยดี แต่ก็มีบางแอเรียที่ยังดีอยู่ เราเฟ้นหาในส่วนนี้ ขณะที่การที่จะมีธนาคารไร้สาขาหรือ Virtual Bank นั้น โดยหลักๆจะให้บริการกับกลุ่มที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงินหรือเข้าถึงได้น้อย จึงเป็นคนกลุ่มกับเป้าหมายหลักของธนาคาร แต่เข้ามาของ Virtual Bank ก็เป็นสิ่งที่ต้องเตรียมรับมือเช่นกัน เนื่องจากจะทำให้การแข่งขันสูงขึ้น แต่สุดท้ายแล้วผลดีก็จะเกิดกับผู้กู้ในระบบ ส"

สำหรับการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)จะเข้ามาปรับเกณฑ์ในส่วนของรายได้ค่าธรรมเนียมนั้น นายนายฉี ชิง-ฟู่กล่าวว่า ในส่วนที่ธปท.จะปรับนั้นน่าจะเป็นส่วนของธุรกิจบริหารความมั่งคั่งและธุรกรรมการโอนเงิน ซึ่งเป็นส่วนที่ LH BANK มีไม่มากนัก เพราะโดยส่วนใหญ่จะอยู่ในส่วนของเทรดไฟแนนซ์ และ FX ดังนั้นผลกระทบจึงไม่น่าจะมากนัก

ทั้งนี้ ในปี2568 ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ มีกำไรสุทธิ 2,655.1 ล้านบาท เติบโต 32.1% เมื่อเทียบกับ ปี 2567 มียอดคงค้างสินเชื่อเติบโต 12.4% เป็นการเติบโตในทุกกลุ่มลูกค้าทั้งสินเชื่อธุรกิจที่เติบโต 9% และสินเชื่อลูกค้ารายย่อยเติบโตมากกว่า 20% เมี่อเทียบกับปีก่อนจากสินเชื่อบ้านและสินเชื่อส่วนบุคคล และมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ในระดับต่ำที่ 2.4% รวมทั้งขยายฐานลูกค้ารายย่อยเพิ่มขึ้น 26% จากสิ้นปีก่อน ด้วยความสำเร็จของผลิตภัณฑ์เงินฝากดิจิทัล และอีกหนึ่งความสำเร็จของการขยายธุรกิจระหว่างประเทศโดยร่วมมือกับ CTBC Bank ธนาคารเอกชนอันดับหนึ่งในไต้หวันซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินส่งผลให้พอร์ตสินเชื่อธุรกิจระหว่างประเทศเติบโตถึง 52% และรายได้ค่าธรรมเนียมจากบริการปริวรรตเงินตราต่างประเทศเพิ่มขึ้นกว่า 103.2% ขณะที่ บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีผลการดำเนินงานที่เติบโตดีมีกำไรสุทธิ 2,885.8 ล้านบาท เติบโต 41% จากปี 2567 มีสินทรัพย์รวม 398,811 ล้านบาท

นอกจากนี้ธนาคารได้อนุมัติสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนปี 2567 และปี 2568 รวมกว่า 7,000 ล้านบาท ผ่านการสนับสนุนสินเชื่อสีเขียว (Green Loan) สินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (Sustainability-Linked Loan) และสินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียวให้แก่ผู้ประกอบการ SME เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

ด้านดิจิทัลธนาคารได้เปิดให้บริการแพลตฟอร์ม "LHB Biz Connect" สำหรับลูกค้าธุรกิจ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานและยกระดับการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าเข้าถึงบริการทางการเงินที่สะดวก รวดเร็วและปลอดภัย

นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (LH Fund) กล่าวว่า ผลการดำเนินงานการบริหารจัดการกองทุนปี 2568 บริษัทมีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) นับรวมกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) รวม 70,246 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 10 จากปี 2567 สำหรับกองทุนส่วนบุคคล (Private Fund) มีขนาดกองทุนอยู่ที่ 13,606 ล้านบาท และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) มีขนาดกองทุนอยู่ที่ 10,271 ล้านบาท โดยปี 2569 บริษัทตั้งเป้าขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมีคุณภาพโดยมุ่งตอบโจทย์นักลงทุนที่หันมาใช้กองทุนรวม เป็นเครื่องมือในการกระจายความเสี่ยงและการลงทุนระยะยาว บริษัทมองเห็นโอกาสการเติบโตในกลุ่มกองทุนเทคโนโลยีและนวัตกรรม กองทุนด้านความยั่งยืน (ESG) ที่สอดรับกับกระแสการลงทุนระดับโลก และตลาดเกิดใหม่ในเอเชียและอินเดียที่มีศักยภาพการเติบโตสูง โดยให้ความสำคัญกับการสร้างผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและสม่ำเสมอ รวมทั้งพัฒนาแพลตฟอร์มและโครงสร้างการให้บริการรูปแบบใหม่ เพื่อรองรับกลยุทธ์การลงทุนแบบ Open Architecture เพิ่มความยืดหยุ่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์จากพันธมิตรที่หลากหลาย ที่สามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะถัดไป

นายกานต์ อรรถธรรมสุนทร กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ (LH Securities) กล่าวว่า ปี 2568 ธุรกิจหลักทรัพย์เผชิญความท้าทายจากภาวะตลาดหุ้นไทยที่อ่อนตัวลงควบคู่กับมูลค่าการซื้อขาย ซึ่งบริษัทเองเน้นพัฒนาและปรับตัวทางธุรกิจเพื่อรองรับความผันผวนและการชะลอตัวของตลาดหุ้นไทย เพื่อลดการพึ่งพารายได้จากธุรกิจนายหน้าซื้อขายหุ้นเพียงช่องทางเดียวและขยายบริการอื่นๆ เพื่อสร้างรายได้ค่าธรรมเนียม อาทิ การให้บริการที่ปรึกษาทางการเงิน (Financial Advisory) และการให้บริการลูกค้ากลุ่ม Wealth Management ส่งผลให้ผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทสามารถกลับมามีกำไรแม้ว่ารายได้รวมจะปรับตัวลดลง 15% เมื่อเทียบกับปี 2567 ซึ่งเป็นผลจากการหดตัวของปริมาณการซื้อขายของตลาดหุ้นไทย

สำหรับกลยุทธ์ปี 2569 บริษัทยังคงเน้นการปรับโครงสร้างรายได้ให้มีความหลากหลาย โดยให้ความสำคัญกับ การเพิ่มบริการและผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีศักยภาพในการเติบโต อาทิ บริการซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Global Trade) เพื่อเพิ่มทางเลือกและสนับสนุนการกระจายการลงทุนสู่ตลาดสากล พัฒนาบริการสำหรับลูกค้ากลุ่ม Wealth Management อย่างครบวงจร การเสริมศักยภาพงานที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อรองรับความต้องการด้านการระดมทุนและการปรับโครงสร้างทางการเงินที่มีความซับซ้อน รวมถึงการสนับสนุนจาก CTBC Bank ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Wealth Management และมีเครือข่ายระดับสากล