xs
xsm
sm
md
lg

ผ่าปมร้อน PayPal หุ้นดิ่ง 46% ตกเป็นเป้าเทกโอเวอร์ สวนทางธุรกิจคริปโตพุ่งแรง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ยักษ์ใหญ่ระบบชำระเงินโลก เพย์พาล กำลังตกเป็นเป้าหมายการเข้าซื้อกิจการครั้งสำคัญ หลังเผชิญวิกฤตหุ้นร่วงหนักกว่า 46% ในรอบปีที่ผ่านมา สำนักข่าวบลูมเบิร์กตีแผ่ความเคลื่อนไหวล่าสุด พบทุนใหญ่และคู่แข่งร่วมวงการกำลังซุ่มเจรจา หวังฮุบทั้งบริษัทและแบ่งเค้กสินทรัพย์ แม้เพิ่งเผชิญมรสุมผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2568 จนต้องเปลี่ยนตัวซีอีโอ ทว่าท่ามกลางความท้าทาย ขุมทรัพย์ใหม่อย่างธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลและคริปโตกลับเติบโตอย่างก้าวกระโดด ดันเหรียญสเตเบิลคอยน์ขึ้นแท่นเบอร์ 6 ของโลก สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงซึ่งซ่อนอยู่เบื้องหลังวิกฤตศรัทธา

หลังจากต้องเผชิญกับภาวะหุ้นตกต่ำมาตลอดทั้งปี เพย์พาล (PayPal) ยักษ์ใหญ่ด้านการชำระเงินดิจิทัลระดับโลก กำลังตกเป็นเป้าหมายและได้รับข้อเสนอในการเข้าซื้อกิจการ ในขณะที่คู่แข่งในอุตสาหกรรมกำลังประเมินโอกาสในการเข้าซื้อสินทรัพย์บางส่วน หรืออาจรวมถึงการเทกโอเวอร์แบบเต็มรูปแบบ

ตามรายงานล่าสุดจากสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ระบุว่าเพย์พาล โฮลดิงส์ ได้รับความสนใจในการเสนอซื้อกิจการโดยที่ไม่ได้ร้องขอ หลังจากที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลงอย่างยืดเยื้อจนทำให้มูลค่าของบริษัทร่วงลงมาเทรดในระดับที่ต่ำกว่าจุดสูงสุดเมื่อไม่นานมานี้อย่างมาก ปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นสัญญาณบ่งชี้ชัดเจนว่า คู่แข่งในตลาดกำลังมองหาจังหวะเพื่อรวบรวมอำนาจและขยายอิทธิพลในสมรภูมิการชำระเงินดิจิทัล

บลูมเบิร์กอ้างอิงแหล่งข่าววงในที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้ โดยรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า เพย์พาลได้เดินสายหารือกับกลุ่มธนาคารเพื่อพิจารณาแนวทางและข้อเสนอการเข้าซื้อกิจการจากนักลงทุนที่ไม่เปิดเผยชื่อ โดยหนึ่งในผู้ที่อาจเข้าร่วมประมูล ซึ่งถูกระบุว่าเป็นคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน กำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้าซื้อกิจการของบริษัททั้งระบบ ในขณะที่กลุ่มทุนอื่นๆ แสดงความสนใจเฉพาะเจาะจงในสินทรัพย์บางรายการของเพย์พาลเท่านั้น

หุ้น PayPal (PYPL) ร่วงลงอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา แหล่งที่มา: Yahoo Finance
อย่างไรก็ดี รายงานระบุว่ายังไม่มีหลักประกันใดๆ ว่าข้อตกลงนี้จะเกิดขึ้นจริง เนื่องจากกระบวนการเจรจายังคงอยู่ในระยะเริ่มต้น

ทันทีที่ข่าวนี้แพร่สะพัดออกไป ราคาหุ้นของบริษัทได้พุ่งทะยานขึ้นกว่า 6% เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา แต่การฟื้นตัวดังกล่าวก็สามารถชดเชยความบอบช้ำของนักลงทุนได้เพียงบางส่วนเท่านั้น เนื่องจากข้อมูลตลาดระบุว่า หุ้นของเพย์พาลได้ดิ่งลงไปแล้วราว 46% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาก่อนที่จะมีรายงานฉบับนี้

กลยุทธ์สำคัญที่บริษัทนำมาใช้เพื่อกอบกู้สถานการณ์ คือการเบนเข็มเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล อดีตซีอีโออย่าง อเล็กซ์ คริส ได้วางหมากให้สเตเบิลคอยน์เป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาที่เขาเรียกว่า ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของนวัตกร ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่บริษัทชั้นนำมักจะพึ่งพาผลิตภัณฑ์เดิมๆ มากเกินไป จนพลาดโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีแบบพลิกผัน หากแต่ก่อนหน้านี้ บิทคอยน์ และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นคลื่นลูกใหม่ที่สั่นสะเทือนวงการการเงินโลก

ทว่าในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา อเล็กซ์ คริส กลับถูกปลดออกจากตำแหน่งอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากตัวเลขผลประกอบการทางการเงินในไตรมาสที่ 4 ประจำปี 2568 ที่น่าผิดหวัง และบอร์ดบริหารได้ดึงตัว เอ็นริเก ลอเรส ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งซีอีโอของเอชพี (HP) เข้ามากุมบังเหียนเพื่อนำพาเพย์พาลก้าวผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญนี้

มูลค่าตลาดของ PYUSD ที่มา: CoinMarketCap
แม้จะมีความท้าทายรอบด้าน แต่การรุกคืบเข้าสู่วงการคริปโตของเพย์พาลกลับได้รับแรงสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

ภาพรวมของการพลิกฟื้นธุรกิจอาจจะยังลุ่มๆ ดอนๆ แต่การขยายอาณาจักรเข้าสู่โลกของสินทรัพย์ดิจิทัลกลับสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน โดยเหรียญสเตเบิลคอยน์ที่ผูกกับสกุลเงินดอลลาร์ของบริษัทอย่าง เพย์พาล ยูเอสดี (PayPal USD) มีมูลค่าตามราคาตลาดทะลุ 4 พันล้านดอลลาร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่งผลให้ก้าวขึ้นเป็นสเตเบิลคอยน์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก โดยปัจจุบันเป็นรองเพียง ยูเอสดีที (USDt), ยูเอสดีซี (USDC), เอธีนา ยูเอสดีอี (Ethena USDe), ได (Dai) และ เวิลด์ ลิเบอร์ตี ไฟแนนเชียล ยูเอสดี (World Liberty Financial USD) ตามข้อมูลจากตลาด

นอกเหนือจากการออกเหรียญสเตเบิลคอยน์ของตนเองแล้ว เพย์พาลยังได้เร่งขยายโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการชำระเงินด้วยคริปโต ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวลิงก์การชำระเงินที่สามารถแชร์ได้ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถส่งคริปโตและสเตเบิลคอยน์ผ่านการโอนแบบเพียร์ทูเพียร์ ซึ่งถือเป็นการขยายขอบเขตการเข้าถึงให้กว้างไกลกว่าการทำธุรกรรมแบบกระเป๋าเงินดิจิทัลชนกระเป๋าเงินดิจิทัลแบบดั้งเดิม

นอกจากนี้ ในช่วงต้นปี 2568 เพย์พาลได้เปิดตัวบริการ จ่ายด้วยคริปโต ซึ่งเป็นบริการชำระเงินบนระบบบล็อกเชนที่เปิดทางให้ร้านค้าสามารถรับชำระเงินเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ในขณะที่ฝั่งร้านค้าจะได้รับเงินในรูปแบบสกุลเงินปกติ บริการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเพย์พาลในการวางตัวเป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลกการชำระเงินแบบดั้งเดิมและระบบการชำระเงินแบบออนเชน

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า ความคิดริเริ่มทั้งสองโครงการนี้ กลับไม่ถูกกล่าวถึงเลยในการประกาศผลประกอบการของบริษัทเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา หรือแม้แต่ในการประชุมสายเพื่อหารือกับนักวิเคราะห์ของฝ่ายบริหารในเวลาต่อมา ซึ่งนักลงทุนคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า ภายใต้แม่ทัพคนใหม่อย่าง เอ็นริเก ลอเรส ทิศทางของเพย์พาลในสมรภูมิคริปโตและสินทรัพย์ดิจิทัลจะดำเนินไปในทิศทางใด ท่ามกลางกระแสข่าวการถูกเทกโอเวอร์ที่กำลังร้อนแรงอยู่ในขณะนี้