xs
xsm
sm
md
lg

วิเคราะห์ True ก้าวเข้าสู่จุดสมดุลใหม่ Q4/2025 กำไรแตะ 6,100 ล. / คาดปีนี้ทะลุ 2.5 หมื่นล้าน ปันผลสูงขึ้นต่อเนื่องทุกปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ตลาดทุนมองทรู ก้าวสู่จุดสมดุลใหม่ที่มีความแกร่งครบทุกด้าน แข่งขันได้อย่างรอบด้าน หลังกำไรปกติ Q4/2025 แตะ 6,100 ล้านบาท คาดเต็มปี 2026 ทะลุ 25,000 ล้านบาท แผนปันผลสูงขึ้นต่อเนื่องทุกปี หนุนความเชื่อมั่น

อุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยกำลังเข้าสู่ช่วง New Equilibrium หลังผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างเข้มข้นในรอบหลายปี ทั้ง 5G, โครงข่ายดิจิทัล และการควบรวมกิจการ ผู้เล่นหลักเหลือเพียงไม่กี่ราย แต่การแข่งขันกลับมีคุณภาพมากขึ้น จากเดิมที่เน้น “ขยายโครงข่าย” สู่การเน้น “คุณภาพรายได้ และประสิทธิภาพทางการเงิน

นักวิเคราะห์มองตรงกันว่า โครงสร้างตลาดโทรคมนาคมไทยวันนี้ เอื้อต่อการสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนมากขึ้น การแข่งขันด้านราคาลดลง การลงทุนโครงข่ายเริ่มเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวผล ผู้ประกอบการหันมาโฟกัส ARPU ลูกค้าคุณภาพ และบริการดิจิทัล

ทรู และ เอไปเอส อยู่ในตำแหน่งที่ใกล้เคียงกันมากขึ้น ทั้งในแง่ขนาดโครงข่าย ฐานลูกค้า และศักยภาพเชิงเทคโนโลยี

แวดวงนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ให้น้ำหนักเชิงบวกต่อหุ้น TRUE หลังบริษัทประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ด้วยกำไรปกติ (NIOGO) 6,100 ล้านบาท คาดเต็มปี 2026 ทะลุ 25,000 ล้านบาท และสามารถกำไรได้ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกัน

นักวิเคราะห์มองว่า “ความต่อเนื่องของกำไร” ถือเป็นประเด็นสำคัญ เพราะสะท้อนเสถียรภาพของผลการดำเนินงาน ไม่ใช่กำไรจากปัจจัยพิเศษเพียงไตรมาสเดียว
อีกจุดเด่นอยู่ที่ EBITDA ไตรมาส 4 ซึ่งอยู่ที่ 27,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 3.2% จากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ EBITDA Margin ขยับขึ้นแตะ 67.5% สะท้อนประสิทธิภาพด้านต้นทุนและการบริหารโครงข่ายที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
แม้รายได้จากการให้บริการจะทรงตัว แต่การขยายตัวของ Margin แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการประกอบธุรกิจที่แข็งแรงทำให้กำไรเติบโตเร็วกว่ารายได้ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นสัญญาณของคุณภาพกำไรที่ดีขึ้น
สำหรับทั้งปี 2568 ทรูมี EBITDA รวม 1.05 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อนหน้า และกำไรปกติ (Core profit) ทั้งปีอยู่ที่ 19,200 ล้านบาท
ในด้านผลตอบแทนผู้ถือหุ้น คณะกรรมการมีมติเสนอจ่ายเงินปันผลรวมทั้งปี 1.07 หมื่นล้านบาท หรือ 0.31 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 56% ของกำไรปกติทั้งปี ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นสัญญาณสะท้อนความมั่นใจต่อกระแสเงินสดในระยะถัดไป และช่วยเสริมความน่าสนใจของหุ้นในมุมมองระยะกลาง
ขณะเดียวกัน อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ลดลงเหลือ 4.0 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 4 บ่งชี้ทิศทางฐานะการเงินที่ดีขึ้น และเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารเงินทุน
นักวิเคราะห์ประเมินว่าปัจจัยสนับสนุนความเชื่อมั่นต่อหุ้นทรู มาจาก 1.กำไรที่ทำได้ต่อเนื่อง 4 ไตรมาส 2.EBITDA เติบโตระดับสองหลัก 3.Margin ที่ขยายตัวชัดเจน 4.การจ่ายปันผลในระดับสูง และ 5.งบดุลที่ทยอยแข็งแรงขึ้น
หากทรูสามารถรักษาระดับ EBITDA Margin ใกล้ระดับปัจจุบันได้ต่อเนื่องในปี 2569 กำไรสุทธิก็มีโอกาสขยายตัวต่อเนื่องเช่นกัน ซึ่งอาจเป็นแรงสนับสนุนมุมมองเชิงบวกของตลาดต่อหุ้นในระยะถัดไป
ภาพรวมจึงสะท้อนว่า ทรูกำลังอยู่ในช่วงที่ผลการดำเนินงานมีเสถียรภาพมากขึ้น และสามารถสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนได้อย่างชัดเจน