xs
xsm
sm
md
lg

ก.ล.ต. เชือดอาญา ‘บิทาซซ่า-ผู้บริหาร’ ข้อหาตั้งกระดานเทรดเถื่อน สั่งดีอีเอสปิดตายเว็บ 22 มี.ค. 69

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สำนักงาน ก.ล.ต. ยกระดับการบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด สั่งกล่าวโทษคดีอาญา “Bitazza Global” และ “บริษัท บิทาซซ่า จำกัด” พร้อมอดีตซีอีโอและซีอีโอคนปัจจุบัน ต่อ บก.ปอศ. ในความผิดฐานร่วมกันประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไร้ใบอนุญาต แฉพฤติการณ์เชื่อมโยงแพลตฟอร์มข้ามชาติ เอื้อลูกค้าไทยแบบไร้รอยต่อ พร้อมประสานกระทรวงดิจิทัลฯ งัดกฎหมายไซเบอร์สั่งบล็อกการเข้าถึงแพลตฟอร์ม Bitazza Global ดีเดย์ 22 มีนาคม 2569 ขีดเส้นตายนักลงทุนเร่งจัดการทรัพย์สินด่วน ชี้เสี่ยงตกเป็นเหยื่อฟอกเงินและไร้การคุ้มครองทางกฎหมาย

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยการดำเนินมาตรการลงดาบทางกฎหมายครั้งสำคัญ โดยได้ทำการกล่าวโทษ บริษัท บิทาซซ่า จำกัด (Bitazza) ซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประเภท "นายหน้า" ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Broker) และ Bitazza International Limited (Bitazza Global) รวมถึงผู้บริหารระดับสูง 2 ราย ได้แก่ นายกวิน พงษ์พันธ์เดชา อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ นายธนวัต สุตันติวรคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนปัจจุบันของ Bitazza ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) จากกรณีการกระทำที่เข้าข่ายร่วมกันประกอบธุรกิจ "ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล" (Digital Asset Exchange) โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 อย่างร้ายแรง

แกะรอยพฤติการณ์ ‘เชื่อมแพลตฟอร์ม-แชร์ระบบ’

จากการตรวจสอบเชิงลึกของ ก.ล.ต. พบหลักฐานและพฤติการณ์ที่ชี้ให้เห็นถึงการเชื่อมโยงการให้บริการระหว่างนิติบุคคลไทยและนิติบุคคลต่างชาติ โดย Bitazza และ Bitazza Global ได้ร่วมกันให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม

จุดแตกหักที่นำมาสู่การกล่าวโทษในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากการที่แพลตฟอร์มได้เดินหน้าชักชวนและประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ของ Bitazza ในรูปแบบภาษาไทย เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2566 เพื่อดึงดูดให้ประชาชนเข้าไปใช้บริการของ Bitazza Global โดยมีการให้สิทธิพิเศษเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่พำนักอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น หนำซ้ำยังมีการอ้างอิงถึงหน่วยงานภาครัฐของไทยในข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ (Terms and Conditions) ระหว่าง Bitazza Global กับลูกค้าอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังพบความเชื่อมโยงเชิงระบบที่เอื้อประโยชน์อย่างชัดเจน โดยมีการเปิดช่องทางให้ประชาชนสามารถเข้าถึง Bitazza Global ผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของ Bitazza ได้โดยตรง ซึ่งลูกค้าที่สมัครใช้บริการจะถูกถือว่าเป็นการเปิดบัญชีกับทาง Bitazza Global โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการยืนยันตัวตน (KYC) ซ้ำสอง ขณะเดียวกัน ทางฝั่ง Bitazza (ไทย) ยังเป็นผู้ให้บริการระบบงานคอมพิวเตอร์ที่สำคัญแก่ Bitazza Global ถือเป็นการกระทำแบบไร้รอยต่อที่ผิดวัตถุประสงค์ของใบอนุญาตที่ได้รับ

ความผิดอาญาแผ่นดิน ผู้บริหารต้องรับโทษตามกฏหมาย

พฤติการณ์ดังกล่าว ก.ล.ต. วินิจฉัยว่าเข้าข่ายเป็นการร่วมกันประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 3 แห่ง พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 26 ซึ่งมีความผิดและต้องระวางโทษตามมาตรา 66 แห่ง พ.ร.ก.ฉบับเดียวกัน ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา

ในส่วนของผู้บริหาร ทั้งนายกวิน และนายธนวัต ในฐานะผู้ที่มีอำนาจรับผิดชอบในการสั่งการและดำเนินการของบริษัทในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ จึงต้องร่วมรับผิดชอบในความผิดทางอาญาดังกล่าวเฉกเช่นเดียวกับตัวนิติบุคคล ตามมาตรา 94 ประกอบมาตรา 66 แห่ง พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ และมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา

ทั้งนี้ ก.ล.ต. ย้ำว่า การกล่าวโทษเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการยุติธรรมทางอาญา กระบวนการหลังจากนี้จะเข้าสู่ชั้นพนักงานสอบสวนของ บก.ปอศ. การพิจารณาสั่งฟ้องของพนักงานอัยการ และการวินิจฉัยของศาลยุติธรรมตามลำดับ โดย ก.ล.ต. ยืนยันว่าจะประสานงานและสนับสนุนข้อมูลแก่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มกำลัง

ขีดเส้นตาย 22 มี.ค. 69 ดีอีเอสสั่งปิดตายแพลตฟอร์ม

เพื่อเป็นการตัดไฟแต่ต้นลมและป้องกันความเสียหายในวงกว้าง ก.ล.ต. ได้งัดมาตรการเด็ดขาดด้วยการนำส่งข้อมูลเว็บไซต์ของ Bitazza Global (https://bitazza.com/)) ให้แก่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) เพื่อดำเนินการ "ปิดกั้นช่องทางการเข้าถึง" โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568

การบังคับใช้กฎหมายไซเบอร์ฉบับใหม่นี้ ให้อำนาจกระทรวงดิจิทัลฯ สามารถสั่งบล็อกแพลตฟอร์มเถื่อนได้ทันที เพื่อคุ้มครองนักลงทุนและสกัดกั้นไม่ให้แพลตฟอร์มเหล่านี้ตกเป็นเครื่องมือในการฟอกเงินของกลุ่มมิจฉาชีพ โดยมาตรการปิดกั้นจะมีผลในทางปฏิบัติ ทำให้ประชาชนในไทยไม่สามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มดังกล่าวได้ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป

แนะนักลงทุนเร่งจัดการพอร์ตก่อนถูกอายัด

ทั้งนี้ในช่วงท้าย ก.ล.ต. ได้ออกประกาศเตือนภัยขั้นสูงสุดไปยังกลุ่มนักลงทุนที่ยังคงมีทรัพย์สินค้างอยู่ในแพลตฟอร์ม Bitazza Global ให้เร่งประเมินสถานการณ์และดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของตนเองให้เรียบร้อยก่อนถึงกำหนดวันปิดกั้นแพลตฟอร์ม

พร้อมกันนี้ ได้ย้ำเตือนถึงความเสี่ยงระดับวิกฤตของการทำธุรกรรมผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ได้รับอนุญาต ว่านอกจากจะไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายไทยแล้ว ยังสุ่มเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง (Scam) และอาจตกเป็นช่องทางผ่านเงินของอาชญากรโดยไม่รู้ตัว

ทั้งนี้ นักลงทุนสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจที่ถูกกฎหมายได้ผ่านแอปพลิเคชัน SEC Check First หรือ เว็บไซต์บิทาซซ่า รวมถึงเช็กรายชื่อบุคคล/แพลตฟอร์มเถื่อนได้ที่ Investor Alert และหากพบเบาะแสความผิดปกติ สามารถแจ้งข้อมูลสายตรงได้ที่เบอร์ 1207 เพื่อกวาดล้างอาชญากรรมเศรษฐกิจต่อไป