xs
xsm
sm
md
lg

เคทีซีเปิดยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนหลักปี69-ชูสมดุล ‘เติบโต–คุมความเสี่ยง’รับเศรษฐกิจผันผวน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นางสาวดวงกมล อินทรพราหมณ์ ผู้อำนวยการ – บริหารเงินและการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (เคทีซี)เปิดเผยในงาน Opportunity Day (Opp Day) โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ในปี 2569 เคทีซีเตรียมเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ “การเติบโตควบคู่การบริหารความเสี่ยง” โดยลงทุนในระบบงานหลักใหม่ (Core System) เพื่อรองรับการขยายตัวในระยะยาว เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงาน และยกระดับประสบการณ์สมาชิก โดยบริษัทตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อรวมเติบโต 1–2% ปริมาณใช้จ่ายผ่านบัตรเติบโต 5% พอร์ตสินเชื่อบุคคลเติบโต 2% และคุมระดับ NPL ไม่เกิน 2% นอกจากนี้ บริษัทยังขยายฐานรายได้ผ่านธุรกิจนายหน้าประกันภัย ทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัย โดยอาศัยความร่วมมือกับพันธมิตรและเทคโนโลยีการขายที่เหมาะสม ช่วยเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมอย่างยั่งยืนในอนาคต

ด้านความช่วยเหลือลูกหนี้ เคทีซียังคงยึดแนวทาง Responsible Lending และร่วมดำเนินมาตรการต่าง ๆ ตามนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” และ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” เพื่อช่วยลูกหนี้กลุ่มเปราะบางฟื้นตัวอย่างเหมาะสม โดยบริษัทประเมินว่ามาตรการดังกล่าว ไม่กระทบผลประกอบการ เนื่องจากได้มีการตั้งสำรองรองรับไว้อย่างครบถ้วนแล้ว บริษัทเดินหน้ารักษาสมดุลระหว่างการเติบโตคุณภาพพอร์ตและการบริหารความเสี่ยง เพื่อสร้างเสถียรภาพองค์กรในระยะยาวภายใต้สภาพเศรษฐกิจที่ผันผวน

สำหรับในปี 2568 ที่ผ่านมา ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและอุตสาหกรรมสินเชื่อผู้บริโภคที่ยังหดตัว กลุ่มบริษัทเคทีซีสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในทุกผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ ปริมาณใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่มเป็น 13.6% ลูกหนี้บัตรเครดิตเพิ่มเป็น 14.8% และลูกหนี้สินเชื่อบุคคลเพิ่มเป็น 4.2% สวนทางกับภาพรวมอุตสาหกรรมที่หดตัว โดยปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของเคทีซีมีมูลค่า 302,527 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่อง 3.6% ขณะที่ตัวเลขตลาดโดยรวมติดลบเล็กน้อย

ด้านผลประกอบการเชิงคุณภาพ เคทีซีมีกำไรสุทธิ 7,782 ล้านบาท เติบโต 4.6% จากปีก่อนหน้า สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารพอร์ตสินเชื่อรวม 111,585 ล้านบาท ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ ขณะที่อัตราหนี้เสีย (NPL Ratio) อยู่ในระดับต่ำเพียง 1.79% โดยปี 2568 มีรายได้รวมอยู่ที่ 27,695 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 5.23% จากการบริหารต้นทุนและคุณภาพสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงเป็น 34.8% Credit Cost ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 5.3% จาก 6.1% ในปี 2567 สะท้อนการควบคุมความเสี่ยงที่รัดกุม พร้อมกันนี้ บริษัทมีวงเงินกู้ยืมระยะสั้นที่ยังไม่เบิกใช้รวม 20,470 ล้านบาท สูงกว่าภาระหนี้หุ้นกู้และเงินกู้ที่จะครบกำหนดในปี 2569 ซึ่งอยู่ที่ 15,830 ล้านบาท ทำให้สถานะสภาพคล่องยังแข็งแกร่งและอยู่ในระดับปลอดภัย