xs
xsm
sm
md
lg

เฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อ กดดันตลาดคริปโตและสินทรัพย์เสี่ยง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เปิดรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ประจำเดือนมกราคม เผยสัญญาณ "สายเหยี่ยว" รอบใหม่ หลังกรรมการเฟดหลายรายหนุนเปิดช่อง "ขึ้นอัตราดอกเบี้ย" หากเงินเฟ้อยังคงดื้อแพ่งและอยู่สูงกว่าเป้าหมายที่ 2% ชี้ชัดกระบวนการลดลงของเงินเฟ้อ (Disinflation) อาจล่าช้าและผันผวนกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่ดัชนี CPI ล่าสุดทรงตัวที่ 2.4% ส่งผลกระเทือนถึงตลาดสินทรัพย์เสี่ยงและคริปโทเคอร์เรนซีที่ส่อแววเผชิญแรงกดดันซ้ำเติม ท่ามกลางภาวะตลาดที่บอบบาง แม้เครื่องมือ CME FedWatch จะยังให้น้ำหนักถึง 94% ที่เฟดจะคงดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 18 มีนาคมนี้ก็ตาม

ความหวังที่จะเห็นยุคดอกเบี้ยขาลงอย่างเต็มรูปแบบของนักลงทุนอาจต้องสะดุดลง เมื่อรายงานการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ประจำเดือนมกราคมที่เพิ่งเปิดเผยออกมาล่าสุด ได้ส่งแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่สู่ตลาดการเงินโลก เมื่อปรากฏชัดเจนว่าคณะกรรมการเฟดกำลังพิจารณาทางเลือกที่ตลาดไม่อยากได้ยินมากที่สุด นั่นคือ “การกลับมาขึ้นอัตราดอกเบี้ย”

สายเหยี่ยวคืนชีพ เมื่อเงินเฟ้อไม่ยอมลงตามนัด

หลังจากที่เฟดตัดสินใจหั่นอัตราดอกเบี้ยลงถึง 3 ครั้งในช่วงปลายปี พ.ศ. 2568 จากระดับ 4.5% ลงมาสู่ระดับปัจจุบันที่ 3.5% - 3.75% ตลาดต่างคาดหวังว่านโยบายการเงินจะผ่อนคลายลงอย่างต่อเนื่อง แต่รายงานการประชุมประจำเดือนมกราคมกลับฉายภาพความกังวลที่ซ่อนอยู่

คณะกรรมการหลายรายส่งสัญญาณสนับสนุนแนวทางที่ว่า “การปรับขึ้นกรอบเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยนโยบายอาจเป็นความเหมาะสม หากอัตราเงินเฟ้อยังคงยืนหยัดเหนือระดับเป้าหมาย” ซึ่งหากมาตรการนี้ถูกนำมาใช้จริง จะถือเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2566

แม้คณะกรรมการส่วนใหญ่จะเห็นพ้องให้ “คงอัตราดอกเบี้ย” ไว้ในระดับเดิมเพื่อประเมินสถานการณ์ แต่ท่าทีของการประชุมเต็มไปด้วยความระมัดระวังขั้นสูงสุด โดยมีการระบุชัดเจนว่า การผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม “อาจยังไม่มีความจำเป็น จนกว่าจะมีสัญญาณที่ชัดเจนว่ากระบวนการลดลงของเงินเฟ้อได้กลับเข้าสู่เส้นทางที่แข็งแกร่งอีกครั้ง”

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยมาตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2567 แหล่งที่มา: Trading Economics
ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) หอกข้างแคร่สกัดแผนเฟด

ภารกิจหลักของเฟดคือการดูแลตลาดแรงงานและควบคุมเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบ 2% แต่ตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ล่าสุดของสหรัฐฯ กลับกลายเป็นก้างชิ้นโต โดยปัจจุบันยังคงทรงตัวอยู่ที่ 2.4% และมีการขยับขึ้น 0.2% ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา

คณะกรรมการเฟดส่วนใหญ่เตือนว่า ความคืบหน้าในการกดเงินเฟ้อลงสู่เป้าหมายอาจ “ช้าและไม่สม่ำเสมอ” กว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ ซึ่งการที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงมีความยืดหยุ่น ยิ่งเป็นความเสี่ยงที่ทำให้เงินเฟ้ออาจค้างเติ่งในระดับสูงยาวนานกว่าที่ควรจะเป็น

ตลาดฟิวเจอร์สวัดใจ มีนาคมนี้ ‘คงดอกเบี้ย’ 94%

อย่างไรก็ตาม แม้รายงานการประชุมจะส่งสัญญาณขู่ แต่ตลาดเงินยังคงมองผ่านมุมมองเชิงปฏิบัติ ข้อมูลจากตลาดซื้อขายสัญญาล่วงหน้า CME FedWatch Tool ล่าสุด บ่งชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนักสูงถึง 94% ที่เฟดจะ "ระงับ" การปรับเปลี่ยนนโยบาย และรักษาอัตราดอกเบี้ยไว้คงที่ในการประชุมนัดต่อไปในวันที่ 18 มีนาคมนี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าตลาดมองคำขู่ของเฟดเป็นเพียงการ "ตีกรอบความคาดหวัง" ไม่ให้ตลาดวิ่งนำหน้าปัจจัยพื้นฐานมากเกินไป มากกว่าจะเป็นการลงมือจริงในระยะสั้น

อัตราเงินเฟ้อในปัจจุบันยังคงสูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่มา: สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ
โดมิโนถึงคริปโต ภาวะเงินตึงตัวทุบสินทรัพย์เสี่ยง

แนวโน้มความเข้มงวดของเฟดถือเป็น “ยาขม” สำหรับตลาดสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดคริปโทเคอร์เรนซี ที่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนกำลังอยู่ในจุดที่ตกต่ำสุดขีด

ตามหลักเศรษฐศาสตร์มหภาค เมื่ออัตราดอกเบี้ยถูกแช่แข็งในระดับสูง หรือมีแนวโน้มจะปรับขึ้น ต้นทุนการกู้ยืมจะสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งจะเข้าไปทำลายสภาพคล่องในการเก็งกำไร และลดการใช้เลเวอเรจในระบบ

นอกจากนี้ ผลตอบแทนที่ไร้ความเสี่ยงอย่างพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หรือเงินสด จะมีความน่าดึงดูดใจมากขึ้นในสายตานักลงทุนสถาบัน ทำให้เม็ดเงินไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงสูงอย่างคริปโต หรือหุ้นกลุ่มเติบโต

อย่างไรก็ดีตลาดทุนกำลังถูกต้อนให้เข้าสู่มุมอับอีกครั้ง รายงานประชุมเฟดฉบับนี้คือเครื่องเตือนสติชั้นดีว่า “สงครามปราบเงินเฟ้อยังไม่จบ” นักลงทุนที่คาดหวังจะเห็นตลาดคริปโตรีบาวด์ด้วยแรงหนุนจากสภาพคล่องราคาถูก อาจจะต้องเผื่อใจและปรับกลยุทธ์รับมือกับภาวะดอกเบี้ยค้างเติ่ง (Higher for Longer) ที่อาจลากยาวกว่าที่ประเมินไว้