ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ความเปรียบเสียเปรียบการสั่งซื้อขายหุ้น เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงกันมาหลายปี โดยเฉพาะการพัฒนาโปรแกรมการซื้อขายหรือ Robot Trade เข้ามาเมื่อประมาณ 7 ปีก่อน นำการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสู่ตลาดหุ้นไทย
Robot Trade มีความได้เปรียบในการส่งคำสั่งซื้อขายที่รวดเร็วกว่า โดยเฉพาะคำสั่งที่มีความถี่สูงหรือ High-Frequency Trading (HFT) ทำให้นักลงทุนรายใหญ่ เจ้ามือหรือเจ้าของหุ้น รวมทั้งนักลงทุนรายย่อย เสียหายจำนวนมาก
เพราะสู้ปัญญาประดิษฐ์หรือระบบ AI ที่ออกแบบมาเพื่อกินรวบนักลงทุนโดยตรงไม่ไหว
ปี พ.ศ. 2567 เกิดการลุกฮือของนักลงทุนรายย่อย เรียกร้องให้ยกเลิกการใช้ Robot Trade คำสั่งซื้อขายความถี่สูง HFT และการ Short Sell หรือการยืมหุ้นมาขาย เพราะเป็นระบบการซื้อขายที่เอาเปรียบนักลงทุนรายย่อย
แม้ไม่ได้รับการตอบรับจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์ในทันที แต่ประมาณกลางปี พ.ศ. 2568 ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เริ่มต้นศึกษาแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำการสั่งซื้อขายหุ้น เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมสำหรับนักลงทุนทุกกลุ่ม
เพราะคำสั่งซื้อขายหุ้นที่รวดเร็วกว่าเพียงเสี้ยววินาที มีผลอย่างมากต่อความได้เปรียบเสียเปรียบของนักลงทุน มีนัยสำคัญต่อกำไรหรือขาดทุนสำหรับคำสั่งซื้อขายหุ้นแต่ละรายการ
ความได้เปรียบและเสียเปรียบเกิดขึ้นเพราะบริษัทโบรกเกอร์บางแห่งนำระบบการส่งคำสั่งซื้อขายเข้าไปติดตั้งที่ดาต้าเซ็นเตอร์ของตลาดหลักทรัพย์ ทำให้ส่งคำสั่งซื้อขายได้เร็วกว่า
ตลาดหลักทรัพย์แก้ปัญหาโดยเปิดให้โบรกเกอร์ทั้งหมด 36 แห่งสามารถนำระบบไปติดตั้งในดาต้าเซ็นเตอร์ของตลาดหลักทรัพย์อย่างเท่าเทียม
แต่โบรกเกอร์หลายแห่งไม่มีความพร้อม โดยเฉพาะปัญหาเงินจำนวนมากที่จะนำมาลงทุนพัฒนาระบบ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงแก้ปัญหาโดยใช้การ “หน่วงเวลา” การส่งคำสั่งซื้อขาย ระหว่างโบรกเกอร์ที่ติดตั้งระบบซื้อขายในดาต้าเซ็นเตอร์กับโบรกเกอร์ที่ยังไม่ได้ติดตั้ง เพื่อให้การส่งคำสั่งซื้อขายมีความเท่าเทียมกัน
โบรกเกอร์ที่ติดตั้งระบบซื้อขายอยู่ในดาต้าเซ็นเตอร์ สมมุติว่าการส่งคำสั่งซื้อขายมีความรวดเร็วกว่า 2 วินาที ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะหน่วงเวลาให้ล่าช้าออกไปอีก 2 วินาที เพื่อให้ความเร็วในการส่งคำสั่งทุกโบรกเกอร์มีความเท่าเทียมกัน
การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำการส่งคำสั่งซื้อขายระหว่างโบรกเกอร์เสร็จสิ้นแล้ว
ปัญหาที่ยังต้องสะสางกันต่อไปคือ HFT ซึ่งถูกหมายหัวจากนักลงทุนในภาพของตัวมารร้ายที่เอาเปรียบ
HFT เป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อทำกำไรจากการซื้อขายหุ้น สามารถประมวลข้อมูลคำสั่งซื้อขายหุ้นแต่ละตัวได้ภายในพริบตา และประเมินได้ว่าแนวโน้มราคาหุ้นจะไปในทิศทางใด โดยสามารถป้อนคำสั่งซื้อหรือขายได้ภายในเศษเสี้ยววินาที
ภายในเวลา 1 วินาที HFT สามารถส่งคำสั่งซื้อหรือขายได้นับสิบคำสั่ง โดยไม่ต้องเสียเวลาคิด เพราะระบบถูกออกแบบมาแล้ว ซึ่งการป้อนคำสั่งด้วยคนไม่อาจทำได้เทียมทัน และเพียงแค่นักลงทุนลังเลการตัดสินใจซื้อขายเพียงเสี้ยววินาที ก็อาจเสียโอกาสไปทันที
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ลืมข้อเรียกร้องการแก้ปัญหา HFT โดยล่าสุดได้จ้างทีมของคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้ามาศึกษา รวบรวมข้อมูล ตรวจสอบและประเมินผลว่า
พฤติกรรมการซื้อขายของ HFT เป็นอย่างไร สร้างความเสียหายให้นักลงทุนจริงหรือไม่ มีความเหลื่อมล้ำการส่งคำสั่งซื้อขายขนาดไหน และควรมีอยู่ต่อไปหรือไม่
ทีมคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ จะเข้ามาศึกษาผลกระทบจาก HFT และสรุปปัญหา โดยผลการศึกษาจะเป็นที่ยอมรับของนักลงทุน เพราะทีมเป็นคนนอก มีามเป็นกลาง และไม่มีส่วนได้เสียใดๆ กับการซื้อขายหุ้น
อีกไม่กี่สัปดาห์ ผลการศึกษาของ HFT จะสรุปออกมา และตลาดหลักทรัพย์จะเปิดแถลงข่าว เพื่อให้นักลงทุนได้รับข้อเท็จจริงอย่างกระจ่างว่า
HFT เป็นผู้ร้ายตัวจริงในตลาดหุ้นหรือไม่ เล่นหุ้นเอาเปรียบ และโกยเงินมหาศาลจากตลาดหุ้นไทยตลอดหลายปีที่ผ่านมาจริงหรือไม่
นักลงทุนขาใหญ่ เจ้ามือหรือเจ้าของหุ้น และนักลงทุนรายย่อยที่ขาดทุนกันป่นปี้จนแทบสูญพันธุ์จากตลาดหุ้น เป็นเพราะโจรร้าย HFT หรือไม่
ถ้า HFT เป็นตัวมารร้ายจริง จะต้องถูกกำจัดทิ้ง ทำให้การซื้อขายหุ้นเป็นไปโดยเสมอภาพอย่างแท้จริงเสียที


