นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้(19ก.พ.69)ที่ระดับ 31.25 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง”
จากระดับปิดของวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 31.29 บาทต่อดอลลาร์ และมองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.15-31.35 บาท/ดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง ในลักษณะ Sideways Down (แกว่งตัวในกรอบ 31.15-31.32 บาทต่อดอลลาร์) แม้จะเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่า ตามการทยอยแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ที่ได้อานิสงส์จาก รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ที่ออกมาดีกว่าคาด ทว่า เงินบาทยังพอได้แรงหนุนจากการทยอยปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องของราคาทองคำ (XAUUSD) ที่มีจังหวะแตะระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อีกครั้ง ท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงร้อนแรงและมีความไม่แน่นอนอยู่สูง หลังทั้งการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และการเจรจาไตรภาคี รัสเซีย-สหรัฐฯ-ยูเครน ไม่ได้มีข้อตกลงเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อาทิ ดุลการค้า (Trade Balance) ในเดือนธันวาคม ดัชนีภาคธุรกิจจากบรรดาเฟดสาขาต่างๆ รวมถึง ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) พร้อมทั้งรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED ที่ล่าสุด ผู้เล่นในตลาดได้ทยอยปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED ลงบ้าง ตามรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ที่ออกมาดีกว่าคาดในระยะนี้
ส่วนทางฝั่งญี่ปุ่น ในช่วงเช้าราว 6.30 น. ของวันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของญี่ปุ่น ในเดือนมกราคม โดยข้อมูลดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการปรับนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งล่าสุด ผู้เล่นในตลาดประเมินว่า BOJ มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 25bps ในปีนี้
และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน พร้อมทั้ง คอยติดตามพัฒนาการของความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทั้ง สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และ พัฒนาการของเจรจาเพื่อยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน
สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท แม้ว่าในช่วงคืนที่ผ่านมาเงินบาท (USDTHB) จะเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าบ้าง ตามการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ที่ยังคงได้แรงหนุนจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งทยอยออกมาดีกว่าคาดเป็นส่วนใหญ่ในช่วงนี้ ส่งผลให้ผู้เล่นในตลาดทยอยปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED อย่างไรก็ดี จะเห็นได้ว่า การอ่อนค่าของเงินบาทเริ่มชะลอลงบ้างแถวโซนแนวต้าน 31.30 บาทต่อดอลลาร์ ท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์ของผู้เล่นในตลาดบางส่วน ขณะเดียวกัน การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำได้ช่วยหนุนเงินบาทและลดทอนแรงกดดันฝั่งอ่อนค่า ทำให้เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทอาจแกว่งตัวในกรอบ Sideways จนกว่าตลาดจะรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม โดยเงินบาทจะยังคงมีโซนแนวต้านในช่วง 31.30 บาทต่อดอลลาร์ (แนวต้านถัดไป 31.50 บาทต่อดอลลาร์) ขณะที่โซนแนวรับจะอยู่ในช่วง 31.00-31.10 บาทต่อดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม เรามองว่า เงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าได้เพิ่มเติม หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงทยอยออกมาดีกว่าคาดต่อเนื่อง ทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED และนอกเหนือจากการเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์ เรามองว่า การเคลื่อนไหวของเงินบาทจะขึ้นกับการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ และฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติด้วยเช่นกัน ทำให้ในช่วงนี้ ควรจับตาความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่จะส่งผลกระทบต่อราคาทองคำและราคาน้ำมันดิบ ได้อย่างมีนัยสำคัญ


