"เอ็น.ซี. เฮ้าส์ซิ่ง"เปิดแผนธุรกิจปี 69 เดินหน้ารุกตลาดอสังหาฯภายใต้แนวคิด “Wellness & Longevity” ชูจุดขายการอยู่อาศัยเพื่อสุขภาพและการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ รับมือสภาวะเศรษฐกิจที่ยังผันผวน เผยปี69 เดินหน้าเปิดโครงการแนวราบ-แนวสูงใหม่ 2 ทำเลศักยภาพพัทยา และกรุงเทพฯโซนตะวันตก มูลค่ากว่า2,000ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 4,000ล้านบาท รับรู้รายได้ 2,000 ล้านบาท
นายสมนึก ตันฑเทอดธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ NCH เปิดเผยว่า บริษัทปรับกลยุทธ์รับมือกำลังซื้อที่ฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปของตลาดอสังหาฯ โดยมุ่งพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยเชิงสุขภาพ (Well-Living) และเพิ่มคุณค่าโครงการผ่านบริการหลังการขายครบวงจร ตั้งแต่การดูแลชุมชนไปจนถึงการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน
สำหรับแผนเปิดตัวโครงการใหม่จะรุกทำเลพัทยา โดยจะมมีการเปิดตัวโครงการอาคารชุดเพื่อต่อยอดความสำเร็จจากโครงการเดิมที่ปิดการขายกว่า 800 ยูนิต โดยโครงการใหม่จะเน้นเจาะกลุ่มคนทำงานที่ย้ายฐานเข้าพื้นที่พัทยา ชลบุรีและชาวต่างชาติ สำหรับโครงการคอนโดใหม่จะพัฒนาบนพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ ซึ่งแบ่งพัฒนา 2 เฟส จำนวน 3 อาคาร ระดับราคาขายเริ่มต้น 2–5 ล้านบาท มูลค่าโครงการราว 600-800 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมเปิดโครงการแนวราบในกรุงเทพฯ ครอบคลุมบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม มูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อตอบโจทย์ตลาดระดับราคา 3–7 ล้านบาท ซึ่งยังมีความต้องการต่อเนื่อง โดยปรับรูปแบบการพัฒนาเป็นเฟสย่อย 2–4 เฟสต่อโครงการ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น ลดความเสี่ยง และสามารถส่งมอบสินค้าได้สอดคล้องกับดีมานด์ โดยกลยุทธ์สำคัญในการพัฒนาโครงการแนวราบคือการผสานเทคโนโลยี Green & Smart Living ในทุกโครงการ ควบคู่การออกแบบบ้านให้สอดรับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ เน้นสุขภาพ การประหยัดพลังงาน และพื้นที่ใช้ชีวิตที่เอื้อต่อทุกช่วงวัย
นอกจากนี้ บริษัทใช้ศักยภาพธุรกิจในเครือสร้างความแตกต่างด้านคุณภาพชีวิตแบบ 360 องศา ทั้ง NC PM และ Q-Prompt ที่ดูแลนิติบุคคลและบริการหลังการขายระยะยาว, NC Regent ที่พัฒนาศูนย์สปอร์ตคลับและบริการส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน รวมถึง Siri Arun ที่ขยายบริการดูแลผู้สูงวัยและศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพ โดยร่วมมือผู้เชี่ยวชาญจากจีน ญี่ปุ่น และไทย
ทั้งนี้ บริษัทมองว่าไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงวัยเต็มรูปแบบ จึงนำโมเดลการอยู่อาศัยเพื่ออายุยืนจากสิงคโปร์และญี่ปุ่นมาปรับใช้ เพื่อส่งเสริม Active Aging และคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
นายสมนึก กล่าวถึง ภาพรวมตลาดอสังหาฯในปี69 ว่า ตลาดรวมยังต้องเผชิญความท้าทาย โดยเฉพาะปัญหาการปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยซึ่งอยู่ในระดับสูง 60–70% ในช่วงปี 2567–2568 อย่างไรก็ตาม บริษัทตั้งเป้าลดอัตราปฏิเสธสินเชื่อเหลือประมาณ 30% ผ่านการให้ลูกค้าผ่อนดาวน์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่สถาบันการเงิน
"แม้ว่าตลาดฟื้นตัวไม่ทั่วถึง แต่บางเซกเมนต์เริ่มปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ซัพพลายคอนโดมิเนียมบางพื้นที่ทยอยลดลงและดีมานด์ยังมีต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวอย่างพัทยา ส่งผลให้การพัฒนาโครงการใหม่ต้องพิจารณาความสมดุลระหว่างดีมานด์และซัพพลายอย่างรอบคอบ"
ปัจจุบัน NC Group มีโครงการในมือรวม 13 โครงการ มูลค่ารวม 11,348 ล้านบาท พร้อมสินค้าแนวราบและคอนโดมิเนียมรองรับความต้องการตลาด และเตรียมเปิดโครงการใหม่เพิ่มเติม รวมพอร์ตสินค้ารองรับการขายในปีนี้ได้อย่างเพียงพอ โดยในปีนี้ บริษัทตั้งเป้ายอดขายปี 69 ไว้ที่ 4,000 ล้านบาท และเป้ารับรู้รายได้ 2,000 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าต่อยอดธุรกิจบริการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรภายใต้ NC Property Management เพื่อสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ของรายได้รวม
"NCH จะเดินหน้าลงทุนอย่างค่อยเป็นค่อยไป สอดคล้องกับกำลังซื้อและจังหวะตลาด โดยยังมีแลนด์แบงก์ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล ชลบุรี พัทยา และเชียงใหม่ รองรับการพัฒนาในอนาคต เราไม่ได้ขายเพียงที่อยู่อาศัย แต่ขายคุณภาพชีวิต การอยู่อย่างมีสุขภาพดีและมีศักดิ์ศรีในทุกช่วงวัย คือเป้าหมายสำคัญขององค์กร” นายสมนึกกล่าว


