xs
xsm
sm
md
lg

Krungthai GLOBAL MARKETS เผยค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 31.30- แกว่งตัวในกรอบ Sideways ตลาดจะรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้(18ก.พ.69) ที่ระดับ 31.30 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย”จากระดับปิดของวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 31.23 บาทต่อดอลลาร์ และมองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.15-31.40 บาท/ดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยอ่อนค่าลง ในลักษณะ Sideways Up (แกว่งตัวในกรอบ 31.20-31.40 บาทต่อดอลลาร์) สอดคล้องกับการทยอยแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ที่ได้อานิสงส์จากการอ่อนค่าลงของบรรดาสกุลเงินหลัก โดยเฉพาะเงินปอนด์อังกฤษ (GBP) ตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันก่อนหน้า หลังรายงานข้อมูลตลาดแรงงานอังกฤษที่ออกมาแย่กว่าคาด กอปรกับสถานการณ์ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่เริ่มทยอยคลี่คลายลง ทั้งความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน รวมถึง ความคืบหน้าของการเจรจาเพื่อยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน

สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อาทิ ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทอน (Durable Goods Orders) และข้อมูลตลาดบ้านในเดือนธันวาคม รวมถึง ยอดผลผลิตอุตสาหกรรม (Industrial Production) ในเดือนมกราคม พร้อมทั้งรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED

ส่วนทางฝั่งอังกฤษ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ในเดือนมกราคม ซึ่งรายงานข้อมูลดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการปรับดอกเบี้ยนโยบายของ BOE ได้อย่างมีนัยสำคัญ

และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน พร้อมทั้ง คอยติดตามพัฒนาการของความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทั้ง สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และการเจรจาไตรภาคี (รัสเซีย-สหรัฐฯ-ยูเครน) เพื่อยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน

สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท แม้ว่าในช่วงคืนที่ผ่านมาเงินบาท (USDTHB) จะทยอยอ่อนค่ามากกว่าที่เราประเมินไว้ โดยมีจังหวะอ่อนค่าทะลุโซนแนวต้าน 31.30 บาทต่อดอลลาร์ แต่เราประเมินว่า การอ่อนค่าของเงินบาทอาจถูกชะลอลงไว้แถวโซนแนวต้านดังกล่าวได้ และเงินบาทอาจมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ Sideways จนกว่าตลาดจะรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม อีกทั้งในช่วงนี้ ปริมาณการทำธุรกรรมในตลาดการเงินอาจเบาบางลงบ้าง ในช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีน อีกทั้ง บรรดาผู้เล่นในตลาด อย่าง ฝั่งผู้ส่งออกอาจรอจังหวะเงินบาทอ่อนค่าลงบ้างในการทยอยขายเงินดอลลาร์ ตามความจำเป็น

นอกจากนี้ การย่อตัวลงของราคาทองคำในช่วงคืนที่ผ่านมา แม้จะมีส่วนร่วมกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลง ทว่า หากราคาทองคำสามารถทยอยรีบาวด์สูงขึ้นบ้าง (เนื่องจากโซนราคาปัจจุบัน อาจพอประเมินเป็นโซนแนวรับระยะสั้นได้) ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ ในกรณีที่ ผู้เล่นในตลาดปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED จากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาด หรือในกรณีที่ บรรดาสกุลเงินหลัก ทยอยแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง กดดันเงินดอลลาร์ การรีบาวด์ขึ้นของราคาทองคำอาจช่วยพยุงเงินบาทได้บ้าง อย่างไรก็ตาม เราขอย้ำว่า การเคลื่อนไหวของราคาทองคำยังคงผันผวนไปตาม พัฒนาการของสถานการณ์ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาใกล้ชิดในช่วงนี้เช่นกัน