xs
xsm
sm
md
lg

KTB ชี้ปี 69 ปัจจัยเสี่ยงสูง คาด ศก.ไทยโต 1.8% หวังเสถียรภาพรัฐบาลใหม่หนุนเชื่อมั่นนักลงทุน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



Krungthai COMPASS ประเมินว่า แม้เศรษฐกิจไตรมาส 4 ปี 2568 จะขยายตัวสูงได้ 2.5% ซึ่งสูงกว่าที่คาดไว้ก็ตาม แต่แนวโน้มระยะข้างหน้ายังมีความท้าทาย จากการส่งออกสินค้าของไทยในปี 2569 ที่แม้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) คาดว่าจะไม่หดตัว แต่ยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะการส่งออกไปยังสหรัฐฯ ที่มาตรการทางภาษีมีความผันผวนจากผลของคำตัดสินของศาลสูงสหรัฐฯ ต่ออำนาจประธานาธิบดีในการบังคับใช้ Reciprocal tariff

อย่างไรก็ดี การส่งออกไทยในปีนี้ เผชิญความเสี่ยงเพิ่มเติมจากภาษี Sectoral tariff (Section 232) ที่มีอีกอย่างน้อย 9 กลุ่มสินค้าที่จะได้รับผลกระทบ ซึ่งรวมสินค้ากลุ่ม Semiconductor ที่ขยายตัวสูงถึง 52.5% ในปี 2568 และคิดเป็นกว่า 44% ของมูลค่าการส่งออกไทยไปยังสหรัฐฯ

ทั้งนี้ คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะขยายตัวได้ที่ 1.8% แต่ยังมีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ และมาตรการภาษีสหรัฐฯ ที่อาจกระทบต่ออุปสงค์โลก ประกอบกับภาคครัวเรือนและ SME ยังอยู่ในภาวะเปราะบาง อย่างไรก็ดี การลงทุนภาคเอกชนคาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่อง สะท้อนจากยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนในปี 2568 ที่คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.35 ล้านล้านบาท จาก 2,421 โครงการ ซึ่งขยายตัวจากปีก่อนหน้าถึง 66% โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ อุตสาหกรรมดิจิทัล และอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ที่ขยายตัว 184% และ 20% ตามลำดับ อีกทั้งมาตรการ Thailand FastPass และ Reinvent Thailand ใน 6 ธุรกิจเป้าหมาย จะเป็นแรงส่งสำคัญให้เกิดการลงทุนจริงได้เร็วขึ้น

นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นที่มีแนวโน้มปรับดีขึ้นหลังผลการเลือกตั้ง แสดงถึงทิศทางการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่มีเสถียรภาพ ซึ่งหากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่มีเสถียรภาพ และเร่งกระบวนการจัดทำงบประมาณปี 2570 ก็จะเป็นปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า

วานนี้ (16 ก.พ.) สภาพัฒน์ รายงานเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 4/2568 ขยายตัวที่ 2.5%YoY โดยเป็นการขยายตัวจากไตรมาสก่อนที่ 1.9% จากการบริโภคที่ขยายตัวดีในกลุ่มสินค้าคงทน ส่วนหนึ่งจากปัจจัยชั่วคราว และการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัว โดยเฉพาะหมวดก่อสร้าง โดยรวมเศรษฐกิจในปี 2568 ขยายตัว 2.4%

ขณะเดียวกัน สภาพัฒน์ยังได้ปรับเพิ่มการคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2569 ว่าจะขยายตัวในช่วง 1.5-2.5% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 1.2-2.2%