บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุว่าสัปดาห์นี้ธุรกิจต้นน้ำและโรงกลั่นเด่นกว่าปิโตรเคมี โดยภาพรวมราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นเล็กน้อย โดยได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และส่วนต่างราคาน้ำมันจริง (Physical Differentials) ที่ตึงตัว อย่างไรก็ตาม ความกังวลด้านเศรษฐกิจมหภาคยังคงเป็นปัจจัยจำกัดการปรับขึ้น (Upside) ของราคา ขณะที่ตลาดก๊าซเริ่มทรงตัวหลังจากผันผวนก่อนหน้านี้ ทั้ง Henry Hub และก๊าซในยุโรปเคลื่อนไหวในกรอบแคบ เนื่องจากสภาพอากาศเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ
ภาพรวมธุรกิจโรงกลั่น ค่าการกลั่นยังคงนำโดยกลุ่มน้ำมันเบนซิน ขณะที่น้ำมันอากาศยานและดีเซลเริ่มมีทิศทางอ่อนตัวลง โดยค่าการกลั่นสิงคโปร์ (Singapore GRM): ปรับตัวดีขึ้น +6% w/w แต่ต้นทุนน้ำมันดิบ (Crude Premium) ปรับขึ้นเล็กน้อย ส่งผลให้ต้นทุนรวมของโรงกลั่นในเอเชียสูงขึ้น
ภาพรวมอุตสาหกรรมปิโตรเคมี กลุ่ม Aromatics ยังคงมีความแข็งแกร่งมากกว่ากลุ่ม Polymers ที่ส่วนต่างราคาสินค้า (Margin) ยังคงแคบ ส่วนกลุ่ม PVC เริ่มเห็นการฟื้นตัวอย่างช้าๆ เนื่องจากเข้าสู่ช่วงฤดูกาล (High Season) ของภาคอุตสาหกรรมก่อสร้าง กลุ่ม PET Margin ปรับเพิ่มขึ้นได้เล็กน้อย
ผลกระทบต่อหุ้นไทย PTTEP ได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันแข็งแรง กลุ่มโรงกลั่นที่เน้น Distillate เช่น TOP SPRC BCP ได้แรงหนุนจาก Distillate crack ที่ยังดี แม้ crude premium สูงขึ้นเล็กน้อย
สำหรับ PTT ได้บวกจาก Upstream แต่ถูกหักล้างด้วยความอ่อนแอของปิโตรเคมี
ด้าน SCC โดยรวมเป็นกลาง โดยมีแรงหนุนจาก PVC ที่เพิ่มขึ้น แต่ HDPE Margin ยังอ่อนตัว
ส่วน PTTGC และ IRPC ถูกกดดันจาก Polymer margin


