xs
xsm
sm
md
lg

กูรูชี้วิกฤตบิทคอยน์คือบททดสอบ ก่อนพุ่งทะยานด้วยทฤษฎีหนังสติ๊ก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กูรูการลงทุนชื่อดัง “แอนโทนี่ ปอมปลิอาโน่” ส่งสัญญาณเตือนนักลงทุนบิทคอยน์ทั่วโลก! ชี้ภาวะเงินเฟ้อชะลอตัวคือ “บททดสอบศรัทธา” ครั้งใหญ่ วัดใจใครคือ “ตัวจริง” ที่กล้าถือครองสินทรัพย์ท่ามกลางวิกฤตความเชื่อมั่น เผยทฤษฎี “หนังสติ๊กการเงิน” (Monetary Slingshot) ทำนายแรงกดดันเงินฝืดระยะสั้นจะบีบให้เฟดต้องกลับมา “พิมพ์เงิน” และ “ลดดอกเบี้ย” ซึ่งจะเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีให้สินทรัพย์หายากพุ่งทะยาน สวนทางตลาดที่กำลังตื่นตระหนกจากพิษตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ที่ถูกหั่นทิ้งเกือบล้านตำแหน่ง

พิสูจน์ศรัทธาเมื่อ "เงินเฟ้อ" ไม่ใช่ตัวช่วยระยะสั้น

แอนโทนี่ ปอมปลิอาโน่ ผู้ประกอบการและนักลงทุนระดับตำนาน ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Fox Business โดยตั้งคำถามที่แทงใจดำนักลงทุนบิทคอยน์ทั่วโลกว่า ในวันที่ตัวเลขเงินเฟ้อไม่ได้พุ่งสูงจนน่าตกใจเหมือนก่อน คุณยังกล้าที่จะถือครองสินทรัพย์นี้อยู่หรือไม่?

“ความท้าทายของนักลงทุนบิทคอยน์คือ คุณยังจะถือมันอยู่ไหมในวันที่ไม่ได้เห็นเงินเฟ้อสูงๆ มากระแทกหน้าคุณทุกวัน?” แอนโทนี่ ปอมปลิอาโน่ กล่าว “คุณยังเชื่อมั่นในแก่นแท้ของมันอยู่หรือเปล่า ว่านี่คือสินทรัพย์ที่มีจำนวนจำกัด และเมื่อมีการพิมพ์เงินเพิ่ม บิทคอยน์จะต้องพุ่งสูงขึ้น”

คำกล่าวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมกราคม พ.ศ. 2569 ที่ชะลอตัวลงเหลือ 2.4% จาก 2.7% ในเดือนก่อนหน้า แม้ มาร์ค แซนดิ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก Moody’s Analytics จะมองว่าตัวเลขที่ดีขึ้นนี้เป็นเพียง “สถิติ” ที่สวนทางกับค่าครองชีพจริงที่ประชาชนต้องแบกรับ แต่ในทางจิตวิทยาการลงทุน แรงกดดันที่ลดลงทำให้นักลงทุนเริ่มลังเล

ตลาด “กลัวขีดสุด” กับราคาที่ร่วงลง 28%

สถานการณ์ตลาดปัจจุบันสะท้อนความเปราะบางอย่างชัดเจน ดัชนี Crypto Fear & Greed Index ดิ่งลงแตะระดับ 9 ซึ่งหมายถึงภาวะ “Extreme Fear” หรือความกลัวแบบสุดขีด เป็นระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อนนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2565 ขณะที่ราคาบิทคอยน์ร่วงลงมาซื้อขายแถวระดับ 68,850 ดอลลาร์ หรือลดลงราว 28% ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา

ทฤษฎี “Monetary Slingshot” แรงดีดกลับจากการอัดอั้น

แม้ภาพระยะสั้นจะดูมืดมน แต่ Pompliano มองเกมยาวด้วยทฤษฎีที่น่าสนใจอย่าง “Monetary Slingshot” หรือ “หนังสติ๊กการเงิน”

เขาวิเคราะห์ว่า เศรษฐกิจกำลังจะเผชิญกับแรงกดดันจากภาวะเงินฝืด (Deflationary forces) ในระยะสั้น ซึ่งจะบีบคั้นให้ประชาชนและภาคธุรกิจเรียกร้องให้รัฐบาล “พิมพ์เงิน” และ “ลดดอกเบี้ย” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และเมื่อถึงจุดนั้น การอัดฉีดสภาพคล่องระลอกใหม่จะทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง และส่งผลให้สินทรัพย์หายาก (Scarce Assets) อย่างบิทคอยน์และทองคำ ดีดตัวขึ้นอย่างรุนแรงเหมือนหนังสติ๊กที่ถูกดึงจนสุดสาย

ระเบิดเวลาข้อมูลแรงงานความเชื่อมั่นที่พังทลาย

อีกปัจจัยที่เขย่าขวัญตลาดคือการ “ปรับแก้ตัวเลข” (Revision) ข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ ย้อนหลัง ที่พบว่ามีการปรับลดตำแหน่งงานลงเกือบ 900,000 ตำแหน่ง จากที่เคยรายงานไว้ แม้ตัวเลขเดือนมกราคม พ.ศ. 2569 จะระบุว่ามีการจ้างงานเพิ่ม 130,000 ตำแหน่ง แต่ความน่าเชื่อถือของข้อมูลรัฐได้ถูกทำลายลงแล้ว

นักลงทุนไม่ได้ตอบสนองต่อตัวเลขพาดหัวข่าว แต่ตอบสนองต่อ “ความไม่แน่นอน” ของข้อมูล ส่งผลให้บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ดีดตัวขึ้นจาก 4.15% เป็น 4.20% และความหวังที่จะเห็นเฟดลดดอกเบี้ยในเดือนมีนาคม ร่วงวูบจาก 22% เหลือเพียง 9%

อย่างไรก็ดีขณะนี้ตลาดกำลังอยู่ในภาวะ “วัดใจ” ผู้ที่มองเห็นภาพใหญ่และเชื่อในวัฏจักรการพิมพ์เงินของธนาคารกลาง อาจมองวิกฤตนี้เป็นโอกาสในการสะสมสินทรัพย์ แต่สำหรับผู้ที่หวั่นไหวไปกับตัวเลขระยะสั้น นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดก่อนที่ “หนังสติ๊ก” จะเริ่มทำงาน