xs
xsm
sm
md
lg

Krungthai GLOBAL MARKETS เผยค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 31.08- ทยอยแข็งค่าอย่างค่อยเป็นค่อยไป-ฟันด์โฟลว์ชะลอ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 30.85-31.50 บาท/ดอลลาร์ และกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วงโมงข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.00-31.15 บาท/ดอลลาร์ จากระดับเปิดเช้านี้(16ก.พ.69) ที่ 31.08 บาทต่อดอลลาร์
“ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง”จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจนในกรอบ Sideways ในกรอบ 31.01-31.16 บาทต่อดอลลาร์ โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทและเงินเยนญี่ปุ่นต่างแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง รับอานิสงส์ผลการเลือกตั้งของไทยและญี่ปุ่นที่เหนือความคาดหมายของผู้เล่นในตลาด

สำหรับสัปดาห์นี้รวมถึงในช่วงระยะสั้น เราประเมินว่า ควรจับตารายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ และรอลุ้นรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการของบรรดาประเทศเศรษฐกิจหลัก รวมถึง รายงานอัตราการเติบโตเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4

สำหรับ แนวโน้มเงินบาท เราประเมินว่า การแข็งค่าขึ้นของเงินบาท (USDTHB) อาจมีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป สอดคล้องกับโมเมนตัมการแข็งค่าที่อาจชะลอลงในระยะสั้น โดยแรงซื้อสินทรัพย์ไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติหลังรับรู้ผลการเลือกตั้งของไทยอาจชะลอลงบ้างและอาจเริ่มเห็นแรงขายทำกำไรเพิ่มเติม หลังนักลงทุนต่างชาติมีแนวโน้มทำผลตอบแทนที่โดดเด่นจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นไทย รวมถึงบอนด์ยีลด์ระยะยาวที่ปรับตัวลดลง อีกทั้งเงินบาทยังได้ทยอยแข็งค่าขึ้นเช่นกัน

ส่วนการแข็งค่าขึ้นของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) หลังรับรู้ผลการเลือกตั้งของญี่ปุ่นอาจชะลอลงเช่นกัน เนื่องจากผู้เล่นในตลาดอาจรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) นอกจากนี้ เรามองว่า ควรระวังการรีบาวด์ขึ้นของเงินดอลลาร์ หลังผู้เล่นในตลาดต่างคาดหวังแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED ไปพอควร ทำให้เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ พร้อมรีบาวด์สูงขึ้นได้ หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด อนึ่ง เราขอย้ำว่า ควรติดตามทิศทางราคาทองคำเช่นเดิม ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน โดยการเคลื่อนไหวของราคาทองคำยังคงส่งผลกระทบต่อเงินบาทอยู่

ในเชิงเทคนิคัล หากประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following เงินบาทอาจแกว่งตัว Sideways หรือทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง ส่วนในแนวโน้มระยะกลางนั้น (ประเมินด้วย Time Frame Weekly) เงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มแข็งค่าขึ้น จนกว่าจะสามารถอ่อนค่าทะลุโซน 31.80 บาทต่อดอลลาร์ และเราจะปรับมุมมองต่อแนวโน้มเงินบาทใหม่ หากสามารถอ่อนค่าทะลุเส้นค่าเฉลี่ย 30 สัปดาห์ แถวโซน 32.00 บาทต่อดอลลาร์

ในส่วนของเงินดอลลาร์นั้น เรามองว่า เงินดอลลาร์อาจรีบาวด์ขึ้นบ้าง หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด ทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED อีกทั้ง การแข็งค่าขึ้นของเงินเยนญี่ปุ่นหลังการเลือกตั้งอาจเริ่มชะลอลงได้