“ปกเขตร” ชี้ Crypto Futures บนตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า คือจุดเปลี่ยนตลาดทุนไทย คาดดันมูลค่าซื้อขายทะยาน 300,000 ล้าน/เดือน ภายใน 1 ปี แนะคุม Leverage ไม่เกิน 5X ดูดนักลงทุนคริปโตกลับประเทศ
ท่ามกลางความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของตลาดทุนไทย เมื่อมติคณะรัฐมนตรีครั้งล่าสุด เปิดทางให้ “สินทรัพย์ดิจิทัล” เป็นสินทรัพย์อ้างอิงในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (TFEX) แล้ว ถือเป็นก้าวสำคัญของโครงสร้างตลาดทุนไทย ที่กำลังขยับจากสินทรัพย์การเงินแบบดั้งเดิม สู่สินทรัพย์แห่งอนาคต โดยเฉพาะแนวคิดซื้อขาย “Crypto” ผ่านตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ที่ถูกจับตามองว่ากำลังกลายเป็นตัวเร่งสำคัญในการยกระดับทางสภาพคล่องความเชื่อมั่นและศักยภาพการแข่งขันตลาดทุนไทยในระดับภูมิภาค
“ปกเขตร รัชกิจประการ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกซ์บิท ดิจิทัล แอสเซท จำกัด
หนึ่งในผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ติดตามประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด กล่าวถึงมุมมองต่อทิศทางนโยบายดังกล่าว ผลกระทบต่อโครงสร้างตลาด และโอกาสที่ Crypto Futures จะเข้ามา “เปลี่ยนเกม” การลงทุนของไทยในอนาคตอันใกล้
1. มองยังไงที่ ก.ล.ต. เปิดทางให้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นสินค้าอ้างอิงในตลาดอนุพันธ์ไทย
รู้สึกตื่นเต้นครับ เพราะเรื่องนี่คือสิ่งที่ผู้ประกอบธุรกิจ Digital Asset และนักลงทุนเฝ้ารอมาโดยตลอด และวันนี้เรากําลังเห็นความฝันนั้นเข้าใกล้ความเป็นจริงแล้ว และต้องบอกว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ใหญ่ที่สุดสําหรับวงการสินทรัพย์ดิจิตอล นับตั้งแต่มี พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลมา
2. ความเห็นต่อแนวคิดการให้ Crypto Futures ซื้อขายใน TFEX
เห็นด้วยกับแนวคิดการซื้อขาย Crypto Futures ผ่าน TFEX เนื่องจากมีกฎหมาย หลักเกณฑ์การกํากับดูแล และแพลตฟอร์มที่รองรับไว้อย่างครบถ้วนอยู่แล้ว จึงช่วยสร้างความเชื่อมั่นและเสถียรภาพให้กับตลาดได้เป็นอย่างดี แต่อาจมีข้อกังวลในเรื่องกรอบกติกาการให้ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น Maxbit, Bitkub หรือBinance TH เข้าร่วมเป็นสมาชิกของ TFEX ว่าจะมีความแฟร์และรัดกุมอย่างไร อีกทั้งเรื่องของตัว Product ที่หลายบ้านต้องพัฒนาฟีเจอร์ให้สอดคล้องกับตลาด ให้มีความสะดวก และทําให้ประสบการณ์ผู้ใช้งาน (User Experience) เป็นไปอย่างราบรื่น แต่ผมเชื่อว่าหลาย ๆ เจ้าก็คงเตรียมพร้อมเรื่องนี้กันแล้ว
3. นโยบายดังกล่าวจะช่วยยกระดับตลาดทุนไทยและความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้มากน้อยแค่ ไหน
ปัจจุบันเข้าใจว่า Volume การเทรดในตลาด TFEX อยู่ที่ประมาณเดือนละ 1 ล้านล้านบาท หากอ้างอิงจากสถิติทั้งในและต่างประเทศ มีความเป็นไปได้ว่า Crypto Futures ในไทยสามารถเติบโตได้ถึงเดือนละประมาณ 300,000 ล้านบาทภายใน 1 ปี ซึ่งตัวเลขนี้สูงกว่ายอดการเทรด Spot Crypto ในประเทศถึง 3 เท่า ถ้าเป็นไป ตามนี้จริง เท่ากับว่า TFEX จะมียอดการซื้อขายเพิ่มขึ้นราว 30% ทันที และนี่ยังไม่นับศักยภาพการเติบโตในระยะ 3–5 ปีข้างหน้า ที่มีโอกาสขยายตัวได้อีกเท่าตัวตามเทรนด์ตลาดโลก เมื่อดูจากตัวเลข forecast เหล่านี้ ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การ “ยกระดับ” ตลาดทุนไทยเท่านั้น แต่เป็นการพลิกโฉม และอาจถึงขั้นเปลี่ยน เกมของตลาดทุนไทยอย่างแท้จริงครับ
4. ระดับ Leverage ที่เหมาะสมสําหรับ Crypto Futures ในตลาดไทยจะอยู่ประมาณเท่าไหร่
ในมุมมองส่วนตัว ผมคิดว่า 3X น่าจะเหมาะสม คิดว่ามากสุดไม่ควรเกิน 5X ด้วยอัตราความผันผวนของสินทรัพย์ดิจิตอลแล้วก็ขอเสริมว่าเบื้องต้นสินทรัพย์ดิจิตอลที่เหมาะสมที่สุด ผม
มองว่าน่าจะเป็นสินทรัพย์ดิจิตอลที่มีความ เสถียรภาพสูงและถูกรองรับโดย ETF ของต่างประเทศเช่น Bitcoin และ Ethereum เพื่อความ ปลอดภัยของนักลงทุนครับ5. Crypto Futures จะช่วยดึงคนกลับมาได้มากน้อยแค่ไหน ในเมื่อนักลงทุนบางส่วนยังกังวลเรื่องสภาพคล่องที่น้อย
“ผมมองว่าอีกปัจจัยสําคัญคือเรื่องกฎหมายภาษีด้วยครับ ปัจจุบันเราทราบกันดีว่า Spot Crypto ได้รับการยกเว้น Capital Gain Tax เป็นเวลา 5 ปี ถ้า crypto future ในไทยก็ยกเว้นภาษีเช่นเดียวกัน เชื่อว่าน่าจะเป็นแรงจูงใจสําคัญที่ดึงนักลงทุนคริปโตชาวไทยกลับมาเทรด Futures ในตลาดไทยได้เป็นจํานวนมาก อาจจะถึง 70-80% อีก 20% ที่เหลืออาจจะเป็นสายซิ่งที่ชอบ 100X หรือเทรด future เหรียญเล็กเหรียญน้อยเช่น memecoin etc ครับ”
จากมุมมองของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมโดยตรง เห็นว่าการเปิดประตูให้สินทรัพย์ดิจิทัลก้าวเข้าสู่ตลาดอนุพันธ์ไทย ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มผลิตภัณฑ์ทางการเงินรูปแบบใหม่ แต่คือการเชื่อมโลกการลงทุนสองยุคเข้าด้วยกัน ภายใต้กรอบกำกับดูแลที่ชัดเจนและโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับ หากนโยบายนี้เดินหน้าได้อย่างรอบคอบ ทั้งในมิติของกติกา การคัดเลือกสินทรัพย์อ้างอิง และแรงจูงใจด้านภาษี ก็มีความเป็นไปได้สูงที่ Crypto Futures จะกลายเป็นกลไกสำคัญในการดึงสภาพคล่องกลับสู่ตลาดไทย และสร้างบทบาทใหม่ให้ตลาดทุนไทยบนแผนที่การลงทุนดิจิทัลของโลก


