xs
xsm
sm
md
lg

Krungthai GLOBAL MARKETS เผยค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 31.07- แกว่ง Sideways -ตามฟันด์โฟลว์ต่างชาติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้(13ก.พ.69)ที่ระดับ 31.07 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย"จากระดับปิดของวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 30.97 บาทต่อดอลลาร์ และมองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 30.90-31.20 บาท/ดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาอ่อนค่าลงบ้าง ในลักษณะ Sideways Up และสามารถทรงตัวเหนือโซนแนวรับสำคัญ 31.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้อีกครั้ง (แกว่งตัวในกรอบ 30.92-31.12 บาทต่อดอลลาร์) หลังบรรยากาศปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) ของตลาดการเงินโดยรวม

นอกจากนี้ สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่มีแนวโน้มคลี่คลายลงบ้าง หลังทั้งสองฝ่ายยังคงพร้อมเดินหน้าเจรจาเพิ่มเติม ได้เป็นอีกปัจจัยที่กดดันราคาทองคำและการปรับตัวลดลงของราคาทองคำในช่วงคืนที่ผ่านมาดังกล่าว ยังส่งผลกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงเช่นกัน

สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ในเดือนมกราคม ที่บรรดานักวิเคราะห์ต่างประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อ CPI มีแนวโน้มชะลอตัวลงเพิ่มเติมสู่ระดับ 2.5%y/y เช่นเดียวกับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ที่ไม่รวมผลของราคาอาหารและพลังงาน ซึ่งอาจเปิดทางให้ FED ยังมีแนวโน้มทยอยปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ได้ โดยล่าสุด บรรดาผู้เล่นในตลาดยังคงมองว่า FED จะสามารถเดินหน้าลดดอกเบี้ยได้ 2-3 ครั้ง ในปีนี้

และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน พร้อมทั้ง คอยติดตามพัฒนาการของความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะ สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง

สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท แม้เงินบาท (USDTHB) จะพลิกกลับมาอ่อนค่าลงในช่วงคืนที่ผ่านมา แต่เราคงประเมินว่า เงินบาทอาจทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง (แต่โดยรวมยังเป็นการเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways) ในช่วงระหว่างวัน ตามอานิสงส์จากแรงซื้อสินทรัพย์ไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในส่วนของหุ้นไทยที่อาจยังดำเนินต่อไปได้ ในช่วงที่ตลาดต่างเทขายหุ้นกลุ่มเทคฯ ธีม AI ซึ่งตลาดหุ้นไทยมีหุ้นในกลุ่มดังกล่าวน้อย กอปรกับ แรงขายทองคำในช่วงที่ผ่านมา แม้จะกดดันให้ ราคาทองคำ (XAUUSD) ปรับตัวลงแรง ทว่า ราคาทองคำก็สามารถรีบาวด์สูงขึ้นบ้าง ตามแรงซื้อในจังหวะย่อตัวของผู้เล่นในตลาด ทำให้ หากราคาทองคำสามารถรีบาวด์ขึ้นต่อได้ หรืออย่างน้อยแกว่งตัวในกรอบ Sideways อาจพอช่วยลดทอนแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าต่อเงินบาทได้ อย่างไรก็ตาม เรามองว่า การเคลื่อนไหวของราคาทองคำ คือ Two-way risk ต่อเงินบาท ที่พร้อมทำให้เงินบาทเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง โดยต้องจับตา ทั้งรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ในคืนนี้ ที่จะทยอยรับรู้ในช่วง 20.30 น. ตามเวลาประเทศไทย และสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน อย่างใกล้ชิด

เราประเมินว่า ควรระวังความผันผวนในช่วงตลาดทยอยรับรู้รายงานข้อมูลอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ หลังล่าสุด ผู้เล่นในตลาดกลับมาเชื่อว่า FED มีโอกาสราว 36% ที่จะลดดอกเบี้ยได้ 3 ครั้ง ในปีนี้ ทำให้ หากอัตราเงินเฟ้อ CPI ออกมาสูงกว่าคาด จะส่งผลให้ ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED ได้อีกครั้ง เหมือนที่เกิดขึ้นในช่วงรับรู้ข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ ล่าสุด หนุนให้ เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทยอยปรับตัวสูงขึ้น พร้อมกดดันทั้งราคาทองคำและเงินบาทได้ โดยหากเงินบาทอ่อนค่าลงจากปัจจัยกดดันดังกล่าว เรามองว่า การอ่อนค่าของเงินบาทอาจถูกจำกัดแถวโซนแนวต้าน 31.20-31.30 บาทต่อดอลลาร์ ท่ามกลางแรงขายจากบรรดาผู้เล่นในตลาด อย่างฝั่งผู้ส่งออกเป็นต้น

ในทางกลับกัน หากเงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้น ในกรณีที่ อัตราเงินเฟ้อ CPI ออกมาตามคาด หรือ ต่ำกว่าคาด เราประเมินว่า หากเงินบาทแข็งค่าขึ้นทดสอบโซน 31.00 บาทต่อดอลลาร์ หรือแข็งค่าหลุดจากโซนแนวรับดังกล่าวได้จริง การแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องของเงินบาทอาจเป็นไปอย่างจำกัด จนกว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยอย่างชัดเจน อาทิ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาแย่กว่าคาดต่อเนื่อง หรือตลาดการเงินเผชิญความไม่แน่นอนของการดำเนินนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล Trump 2.0 อีกครั้ง ซึ่งจะกดดันให้เงินดอลลาร์พลิกกลับมาอ่อนค่าลงได้อีกรอบ และหนุนให้ เงินบาทอาจสามารถทยอยแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องในโซนต่ำกว่าระดับ 31.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้ และที่สำคัญ จากการประเมิน Fair Value ของเงินบาทจากปัจจัยพื้นฐาน โดยใช้โมเดล Behavioral Equilibrium Exchange Rate (BEER) เราพบว่า เงินบาท (USDTHB) ยังคงมี Fair Value ในช่วง 33-34 บาทต่อดอลลาร์ ทำให้ หากเงินบาทแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องทะลุโซน 31 บาทต่อดอลลาร์ เช่นแข็งค่าขึ้นทดสอบโซน 30.50-30.75 บาทต่อดอลลาร์ จะเป็นการแข็งค่าเกินปัจจัยพื้นฐานไปมาก ทำให้เงินบาทมักจะกลับตัวอ่อนค่าลงในช่วงระยะ 1-2 ไตรมาสข้างหน้า ตามการประเมินข้อมูลสถิติในอดีต