xs
xsm
sm
md
lg

ไบแนนซ์สวนวิกฤต ทุ่มพันล้านดอลลาร์เปลี่ยนกองทุน SAFU เป็นบิทคอยน์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ท่ามกลางพายุวิกฤตศรัทธาที่โหมกระหน่ำตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ไบแนนซ์ ยักษ์ใหญ่กระดานเทรดโลก ประกาศภารกิจสำคัญสำเร็จ! เปลี่ยนสินทรัพย์ในกองทุน SAFU มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ ให้กลายเป็น Bitcoin ทั้งหมด หวังใช้เป็น "ทองคำดิจิทัล" ค้ำยันความเชื่อมั่นผู้ใช้งาน สวนทางดัชนีความกลัวที่ดิ่งแตะจุดต่ำสุดในประวัติศาสตร์ และแรงเทขายจาก "Smart Money" ที่ยังมองลง

SAFU โฉมใหม่ เดิมพันด้วยบิทคอยน์ 100%

ไบแนนซ์สร้างความฮือฮาครั้งใหญ่ด้วยการเข้าซื้อบิทคอยน์ล็อตสุดท้ายมูลค่า 304 ล้านดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ส่งผลให้กระบวนการแปลงสภาพกองทุน Secure Asset Fund for Users (SAFU) เสร็จสมบูรณ์ตามเป้าหมาย ข้อมูลจาก Arkham Intelligence ยืนยันว่าปัจจุบันกระเป๋าเงิน SAFU ถือครอง Bitcoin อยู่ที่ประมาณ 15,000 BTC คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ โดยมีต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 67,000 ดอลลาร์ต่อเหรียญ

การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเกินคาด จากเดิมที่ประกาศไว้เมื่อวันที่ 30 มกราคมว่าจะใช้เวลา 30 วัน แต่ Binance กลับปิดจ๊อบได้ภายในเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ พร้อมประกาศจุดยืนชัดเจนผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า “ด้วยกองทุน SAFU ที่เป็น Bitcoin เต็มรูปแบบ เราขอยืนยันความเชื่อมั่นใน BTC ในฐานะสินทรัพย์สำรองระยะยาวที่เหนือชั้นที่สุด”

ทั้งนี้ Binance ยังวางมาตรการป้องกันความเสี่ยง โดยระบุว่าจะทำการ Rebalance หรือปรับสมดุลพอร์ตทันที หากความผันผวนของตลาดฉุดให้มูลค่ากองทุนร่วงลงต่ำกว่า 800 ล้านดอลลาร์

กระเป๋าเงินกองทุน Binance SAFU ที่มา: อาร์คัม
ตลาดกังวลสัญญาณอันตรายจาก Smart Money

ความกล้าหาญของ Binance เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศตลาดที่มืดมนที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ดัชนี Crypto Fear & Greed Index (อ้างอิงจาก alternative.me) ร่วงลงแตะระดับ 5 ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุด (All-time low) สะท้อนภาวะ “Extreme Fear” หรือความกลัวแบบสุดขีดของนักลงทุน หลัง Bitcoin ร่วงหลุด 60,000 ดอลลาร์ไปช่วงสั้นๆ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์

นอกจากนี้ ข้อมูลจาก Nansen แพลตฟอร์มวิเคราะห์บล็อกเชน ยังชี้ให้เห็นว่า “Smart Money” หรือกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ที่มีความเชี่ยวชาญ กำลังเปิดสถานะ Short (แทงลง) สุทธิใน Bitcoin สูงถึง 105 ล้านดอลลาร์ รวมถึงเหรียญหลักอื่นๆ เกือบทั้งกระดาน ยกเว้นเพียง Avalanche (AVAX) ที่ยังมียอด Long สุทธิ 10.5 ล้านดอลลาร์

ดัชนีความกลัวและความโลภ แหล่งที่มา: Alternative.me
วิกฤตซ้อนวิกฤต หรือโอกาสตั้งหลัก?

Glassnode บริษัทวิเคราะห์ข้อมูล On-chain ระบุว่า การปรับฐานครั้งล่าสุดส่งผลให้ปริมาณ Bitcoin ที่อยู่ในสถานะขาดทุน (Supply in Loss) พุ่งขึ้นคิดเป็น 16% ของมูลค่าตลาดรวม ซึ่งเป็นจุดที่ “เจ็บปวดที่สุด” นับตั้งแต่เหตุการณ์ล่มสลายของ Terra/Luna เมื่อพฤษภาคม 2565

ตำแหน่งการลงทุนของนักลงทุนรายใหญ่ผ่านตลาดแลกเปลี่ยน Hyperliquid ในโทเค็นยอดนิยม แหล่งที่มา: Nansen
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางข่าวร้ายยังมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ Dessislava Ianeva นักวิเคราะห์จาก Nexo มองว่า โครงสร้างตลาดเริ่มส่งสัญญาณการทรงตัว (Stabilization) โดยชี้ว่าตลาดอนุพันธ์เริ่มมีความระมัดระวังมากขึ้น อัตรา Funding Rate อยู่ในระดับกลางถึงติดลบเล็กน้อย ซึ่งแปลว่าแรงเก็งกำไรด้วย Leverage เริ่มลดลง และ Open Interest เริ่มกลับสู่ระดับปกติ

อย่างไรก็ดีการที่ Binance ตัดสินใจเปลี่ยนกองทุนฉุกเฉินเป็น Bitcoin ทั้งหมด ในวันที่ตลาดเต็มไปด้วยความกลัว อาจมองได้ 2 มุม คือการแสดงความเชื่อมั่นอันแรงกล้าต่ออนาคตของคริปโตฯ หรือเป็นการเดิมพันที่มีความเสี่ยงสูงหากตลาดยังไม่ผ่านจุดต่ำสุด แต่นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนว่า พี่ใหญ่แห่งวงการเลือกที่จะ "วัดใจ" กับความผันผวน เพื่อพิสูจน์ว่า Bitcoin คือสินทรัพย์สำรองที่แท้จริง.