xs
xsm
sm
md
lg

DRT ปี68 โกยรายได้รวมเฉียด 4.6 พันล.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ผลิตภัณฑ์ตราเพชร ” เผยผลการดำเนินงานปี 68 ทำรายได้รวม 4,592.49 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 317.79 ล้านบาท ชะลอตัวจากปีก่อน แม้รายได้รวมลดลง 7.99% เชื่อมั่นทำได้ดีกว่าภาพรวมอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างที่คาดว่าจะหดตัวมากกว่า 10% ในปีที่ผ่านมา ย้ำฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง ไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ เตรียมชงบอร์ดจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีหลัง ส่งสัญญาณยอดขายเดือนมกราคม 69 ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อน

นายสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT เปิดเผยภาพรวมการดำเนินงานปี 2568 ว่า บริษัทฯ มีรายได้รวม 4,592.49 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 317.79 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มีรายได้รวม 4,991.35 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 506.25 ล้านบาท แม้ผลการดำเนินงานชะลอตัว แต่ในด้านรายได้รวมที่ลดลง 7.99% จากปีก่อน มองว่าบริษัทฯ ยังทำได้ดีกว่าภาพรวมอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างที่คาดว่าจะหดตัวลงมากกว่า 10% ในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับตัวอย่างต่อเนื่องภายใต้แผนกลยุทธ์ที่วางไว้ เพื่อรับมือกับผลกระทบจากภาพรวมเศรษฐกิจและอสังหาริมทรัพย์ที่ยังไม่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ ในปี 68 ที่ผ่านมาบริษัทฯ รุกขยายตลาดไปยังหัวเมืองรองมากขึ้น ขยายฐานลูกค้างานภาครัฐ วัด กลุ่มรีสอร์ทและโรงแรม เพิ่มสินค้าและบริการที่หลากหลายรวมถึงโซลูชันครบวงจร เน้นคุณภาพสินค้าในราคาที่คุ้มค่า ส่งผลให้มีอัตราการเดินเครื่องจักรเฉลี่ย 70% นอกจากนี้ ได้เดินเครื่องจักรเชิงพาณิชย์โรงงานอิฐมวลเบาสระบุรีแห่งที่ 2 (โรงงาน AAC-2) ซึ่งช่วยเพิ่มศักยภาพและความยืดหยุ่นในการผลิตสินค้าหลากหลายรุ่นทั้งรุ่นมาตรฐานและสเปกพิเศษ รวมถึงโอกาสได้รับงานภาครัฐมากขึ้น

ขณะที่ฐานะทางการเงินของบริษัทฯ ยังแข็งแกร่ง ไม่เคยมีประวัติผิดนัดชำระหนี้ โดย ณ สิ้นปี 2568 บริษัทฯ มีอัตราหนี้สินต่อทุน 0.74 เท่า และมุ่งบริหารกระแสเงินสดให้อยู่ในระดับที่ดีเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้ถือหุ้น จึงมีความพร้อมชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงินและจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้น ล่าสุด เตรียมเสนอคณะกรรมการบริษัทฯ พิจารณาการจ่ายเงินปันผล จากงวดผลการดำเนินงานครึ่งปีหลัง (กรกฎาคม-ธันวาคม) ปี 2568 ตอกย้ำจุดเด่นเป็นหุ้นที่จ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ

ด้านสถานการณ์ยอดขายบริษัทฯ ในเดือนมกราคม 2569 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ปัจจัยมาจากการปรับกลยุทธ์ให้ทันต่อสถานการณ์ มุ่งขยายตลาดเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง นำเสนอสินค้าและบริการใหม่ออกสู่ตลาด รวมถึงได้รับปัจจัยหนุนจากความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างและตกแต่งเพื่อการปรับปรุงและรีโนเวท ทั้งอาคารบ้านพักอาศัยเดิมและกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย รวมถึงการก่อสร้างบ้านใหม่เพื่อรองรับการย้ายถิ่นที่อยู่ ส่วนสถานการณ์เงินบาทที่แข็งค่าอย่างรวดเร็วตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัทฯ เนื่องจากมีรายได้จากการส่งออกเป็นสกุลเงินบาท ขณะเดียวกันยังได้รับผลเชิงบวกจากการนำเข้าสินค้าที่มีต้นทุนลดลง

“บริษัทฯ คาดว่าจะทำยอดขายไตรมาส 1/2569 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า และวางเป้าหมายรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับเดียวกับปีที่ผ่านมา โดยเชื่อว่าด้วยความพร้อมของทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์และทำงานต่อเนื่องกับบริษัทฯ มายาวนาน ช่องทางจัดจำหน่ายที่ครอบคลุม และจุดแข็งอื่นๆ ที่หลากหลาย จะทำผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นในปีนี้” นายสาธิตกล่าว