xs
xsm
sm
md
lg

มาเลเซียรุกหนัก เปิดทดสอบริงกิตดิจิทัลและเงินฝากโทเคน ท้าชนสิงคโปร์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เสือเหลืองขยับตัวแรง! ธนาคารกลางมาเลเซีย (BNM) ประกาศรุกหนักตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล เตรียมเปิดทดสอบระบบ "เงินริงกิตดิจิทัล" (Ringgit Stablecoin) และ "เงินฝากโทเคน" (Tokenized Deposits) เต็มรูปแบบภายในปีนี้ ดึงบิ๊กธุรกิจอย่าง Standard Chartered, Capital A (เจ้าของ AirAsia), Maybank และ CIMB เข้าร่วม Sandbox หวังวางรากฐานระบบชำระเงินยุคใหม่ ท้าชนฮับการเงินเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์และฮ่องกง!

เปิดหน้าชก 3 โปรเจกต์ยักษ์ พลิกโฉมธุรกรรม B2B

Digital Asset Innovation Hub (DAIH) ของแบงก์ชาติมาเลเซีย ได้คัดเลือก 3 โครงการนำร่องเพื่อเข้าสู่กระบวนการทดสอบการใช้งานจริง (Use Cases) ในปี 2026 โดยเน้นเจาะกลุ่มธุรกรรมขายส่ง (Wholesale) และการโอนเงินข้ามพรมแดน ซึ่งประกอบด้วย

1.Stablecoin ริงกิตเพื่อธุรกิจ (B2B) : การจับมือระหว่าง Standard Chartered Malaysia และ Capital A (บริษัทแม่ของสายการบิน AirAsia) เพื่อพัฒนาระบบชำระเงินข้ามประเทศด้วย Stablecoin ที่อ้างอิงค่าเงินริงกิต หวังลดต้นทุนและเพิ่มความเร็วในการเคลียร์ริ่งยอดธุรกิจ

2.เงินฝากโทเคน (Tokenized Deposits) ของ Maybank : ยักษ์ใหญ่แบงก์อันดับ 1 ของมาเลเซีย ลุยทดสอบการนำเงินฝากมาแปลงเป็นโทเคนดิจิทัลเพื่อใช้ในการชำระเงิน

3.เงินฝากโทเคน (Tokenized Deposits) ของ CIMB : อีกหนึ่งแบงก์ใหญ่ที่กระโดดเข้าร่วมวง พัฒนาระบบคล้ายคลึงกันเพื่อรองรับการใช้งานในอนาคต

คาด "ความชัดเจน" ภายในสิ้นปี

BNM ระบุชัดเจนว่า การทดสอบครั้งนี้ไม่ได้ทำเล่นๆ แต่เพื่อประเมินผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินอย่างรอบด้าน โดยตั้งเป้าว่าภายในสิ้นปี 2569 บริษัทจะต้องมีความชัดเจนเรื่องกฎระเบียบและการใช้งานจริงของ Ringgit Stablecoin และ Tokenized Deposits ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปเชื่อมโยงกับโครงการ Wholesale CBDC ของแบงก์ชาติในระยะยาว

คลื่นยักษ์แห่งเอเชีย ใครช้า...ตกขบวน!

ความเคลื่อนไหวของมาเลเซียครั้งนี้ สอดรับกับเทรนด์ใหญ่ทั่วเอเชียที่กำลังตื่นตัวเรื่องนี้แบบสุดขีด

- ฮ่องกง : เพิ่งคลอดกฎหมาย Stablecoin และกำลังทดสอบ "Project Ensemble" ร่วมกับแบงก์ระดับโลก

- สิงคโปร์ : เดินหน้า "Project Guardian" ทดสอบ Tokenized Deposits มาสักพักใหญ่แล้ว

- ญี่ปุ่น : เปิดตัว Stablecoin ผูกค่าเงินเยน (JPYC) และกลุ่มเมกะแบงก์ (MUFG, SMBC, Mizuho) ก็เริ่มทดสอบระบบโอนเงินระหว่างกันแล้ว

อย่างไรก็ดีการที่มาเลเซียกำลังส่งสัญญาณว่าพวกเขาจะไม่ยอมตกขบวนรถไฟสาย "FinTech" แห่งเอเชีย การดึงภาคเอกชนรายใหญ่เข้ามาร่วมทดสอบ สะท้อนวิสัยทัศน์ที่เน้นการใช้งานจริง (Practical Adoption) มากกว่าแค่ทฤษฎี งานนี้ต้องจับตาดูว่า "ริงกิตดิจิทัล" จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าการค้าในภูมิภาคอาเซียนได้มากน้อยแค่ไหน!