xs
xsm
sm
md
lg

ทองคำดิจิทัลโตแรงทะลุ 2 แสนล้าน รับอานิสงส์ราคาทองโลกทุบสถิติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ปรากฏการณ์ตื่นทองยุคดิจิทัล! ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์บนบล็อกเชน (Tokenized Commodities) เติบโตระเบิดระเบ้อกว่า 53% ในเวลาเพียง 6 สัปดาห์ ดันมูลค่าตลาดรวมทะลุ 6.1 พันล้านดอลลาร์ (ราว 2 แสนล้านบาท) รับอานิสงส์ราคาทองคำโลกทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทิ้งห่างตลาดหุ้นและกองทุนดิจิทัลแบบไม่เห็นฝุ่น โดยมี "ทองคำ" เป็นพระเอกขี่ม้าขาวที่นักลงทุนแห่ซบ

เจ้าตลาดกินเรียบ Tether Gold และ PAX Gold ครองเมือง

ข้อมูลจาก Token Terminal ระบุชัดเจนว่า ตลาด Tokenized Commodities ถูกขับเคลื่อนด้วย "ทองคำ" เกือบทั้งหมด โดยมี 2 ยักษ์ใหญ่ครองส่วนแบ่งตลาดรวมกันกว่า 95%

1.Tether Gold (XAUt) : ของค่าย Tether (ผู้ออก USDT) เติบโตดุเดือดที่สุด มูลค่าตลาดพุ่งขึ้น 51.6% ในเดือนที่ผ่านมา แตะระดับ 3.6 พันล้านดอลลาร์

2.PAX Gold (PAXG) : ของค่าย Paxos ตามมาติด ๆ ด้วยการเติบโต 33.2% มูลค่าตลาดแตะ 2.3 พันล้านดอลลาร์

การเติบโตนี้ถือว่า "เร็ว" เมื่อเทียบกับสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่น โดยตั้งแต่ต้นปี 2569 ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์โทเคนโตแซงหน้า Tokenized Stocks (หุ้นดิจิทัล) ที่โต 42% และ Tokenized Funds (กองทุนดิจิทัล) ที่โตเพียง 3.6% ไปแบบขาดลอย

การเปลี่ยนแปลงมูลค่าตลาดของสินค้าโภคภัณฑ์ที่แปลงเป็นโทเค็นตั้งแต่ปี 2018 แหล่งที่มา: Token Terminal
กลยุทธ์เหนือเมฆ Tether รุกหนักซื้อ Gold.com

ตอกย้ำความเป็นเบอร์หนึ่ง Tether เพิ่งประกาศทุ่มเงิน 150 ล้านดอลลาร์ เข้าซื้อหุ้นในแพลตฟอร์มโลหะมีค่าชื่อดังอย่าง Gold.com เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เพื่อขยายช่องทางการเข้าถึงทองคำดิจิทัล โดยมีแผนจะนำเหรียญ XAUt เข้าไปใช้ในแพลตฟอร์ม และเปิดทางให้ลูกค้าสามารถใช้ USDT ซื้อทองคำแท่งจริงๆ (Physical Gold) ได้โดยตรง

ทองคำ vs Bitcoin เมื่อ 'Safe Haven' เปลี่ยนหน้า

การพุ่งขึ้นของทองคำดิจิทัล สอดคล้องกับราคาทองคำโลก (Spot Gold) ที่แรลลี่ขึ้นมาทำจุดสูงสุดใหม่ (All-Time High) ที่ 5,600 ดอลลาร์ เมื่อปลายเดือนมกราคม ก่อนจะพักตัวลงมาแถว 5,050 ดอลลาร์

สินค้าโภคภัณฑ์ที่แปลงเป็นโทเค็นขนาดใหญ่ที่สุด 5 อันดับแรกตามมูลค่าตลาด แหล่งที่มา: Token Terminal
ในทางตรงกันข้ามบิทคอยน์ซึ่งเคยถูกขนานนามว่าเป็น "ทองคำดิจิทัล" กลับตกอยู่ในที่นั่งลำบาก โดยราคาร่วงลงกว่า 52.4% จากจุดสูงสุดในเดือนตุลาคมที่ 126,080 ดอลลาร์ ลงมาเหลือเพียง 69,050 ดอลลาร์

สถานการณ์นี้ทำให้นักวิเคราะห์อย่าง Jack Mallers (CEO ของ Strike) และ Grayscale ตั้งข้อสังเกตว่า ตลาดอาจกำลังมองบิทคอยน์เป็นเพียง "หุ้นเทคโนโลยีที่มีความเสี่ยงสูง" (High-Risk Growth Asset) มากกว่าจะเป็น "สินทรัพย์ปลอดภัย" (Safe Haven) เหมือนทองคำจริงๆ อย่างที่เคยเชื่อกัน

ทั้งนี้เงินกำลังไหลเข้าสู่ "สินทรัพย์ที่จับต้องได้" (Real-World Assets) ผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชนอย่างมหาศาล ใครที่มองหาที่หลบภัยในยามวิกฤต "ทองคำดิจิทัล" อาจเป็นคำตอบที่ใช่กว่าบิทคอยน์ในเวลานี้.