xs
xsm
sm
md
lg

FSS เกาหลีใต้สอบสวนเข้ม Bithumb โอนบิทคอยน์พลาด ส่อทุจริต - "เสี่ยง Bank Run!"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เรื่องไม่จบง่ายๆ! หน่วยงานกำกับดูแลการเงินเกาหลีใต้ (FSS) ยกระดับการตรวจสอบ "Bithumb" จากการตรวจปกติเป็น "การสอบสวนเต็มรูปแบบ" หลังก่อวีรกรรมช็อกโลก "Fat Finger" เผลอโอนบิทคอยน์มูลค่ากว่า 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 1.4 ล้านล้านบาท) ให้ลูกค้าฟรี ๆ งานนี้ฝ่ายการเมืองดาหน้าถล่มยับ ชี้ระบบหลังบ้านหละหลวมขั้นวิกฤต แอบ "เสกตัวเลข" ในบัญชีทั้งที่ไม่มีเหรียญจริง ส่อเค้าทุจริตและเสี่ยงล้มละลาย!

จากความผิดพลาดสู่ "วาระแห่งชาติ"

สำนักข่าวยอนฮัป (Yonhap) รายงานว่า Financial Supervisory Service (FSS) ได้ตัดสินใจเปลี่ยนโหมดการทำงานทันที โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงระบุว่าจะดำเนินการสอบสวนเรื่องนี้ด้วย "ความเคร่งครัดสูงสุด" และพร้อมลงดาบขั้นเด็ดขาดหากพบการกระทำที่บั่นทอนความน่าเชื่อถือของตลาด

ปมร้อนที่ทางการกำลังเพ่งเล็งคือ "Bithumb เอาเหรียญมาจากไหน?" ในเมื่อยอดบิทคอยน์ที่โอนผิดไปนั้นสูงถึง 620,000 BTC แต่ในความเป็นจริง Bithumb มีเหรียญสำรองอยู่ในคลังเพียงแค่ 46,000 BTC เท่านั้น!

แฉระบบลวงโลก แค่แก้ตัวเลขใน Ledger?

ประเด็นนี้ถูกขยี้ซ้ำโดย นา ยุง วอน ส.ส. พรรคพลังประชาชน (People Power Party) ที่ออกมาแฉว่า "นี่ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุ แต่มันคือหายนะ เพราะการที่เว็บเทรดสามารถโอนเหรียญจำนวนมหาศาลได้เพียงแค่ขยับตัวเลขในบัญชีภายใน (Internal Ledger) โดยไม่มีการเคลื่อนไหวบนบล็อกเชนจริง (On-chain) แปลว่าพวกเขากำลังขายบิทคอยน์ที่ตัวเองไม่มีอยู่จริง"

เธอยังเตือนด้วยว่า พฤติกรรมแบบนี้คือการปูทางไปสู่ "Bank Run" และอาจทำให้ตลาดพังทลายได้ทั้งระบบ หากลูกค้าแห่กันมาถอนเงินพร้อมกันแล้วพบว่าเว็บเทรดเป็นแค่ "ถังกลวง"

มาตรการเยียวยา "จ่ายหนักปิดปากแผล?"

แม้ Bithumb จะแก้เกมไวด้วยการประกาศว่ากู้คืนเหรียญกลับมาได้แล้ว 99.7% และพร้อมจ่ายชดเชยให้ผู้เสียหาย 110% ของยอดขาดทุน รวมถึงควักกระเป๋าตั้งกองทุนคุ้มครองผู้ใช้งานอีก 1 แสนล้านวอน (68 ล้านดอลลาร์) เพื่อเรียกความเชื่อมั่น

อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าจะไม่เพียงพอที่จะดับไฟทางการเมือง เมื่อพรรคประชาธิปไตยเกาหลี (Democratic Party) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ได้ประกาศแผนรื้อกฎหมายควบคุมเว็บเทรดใหม่ โดยเล็งจำกัดเพดานการถือหุ้นของบุคคลในเว็บเทรดไว้ที่ 15-20% เพื่อลดอำนาจเบ็ดเสร็จและป้องกันการบริหารงานที่ไร้ธรรมาภิบาล

วิกฤตศรัทธาสะเทือนกฎหมายใหม่

เหตุการณ์ "Bithumb Fiasco" ครั้งนี้ ไม่ได้ทำลายแค่ชื่อเสียงของบริษัท แต่กำลังสั่นคลอนอนาคตของอุตสาหกรรมคริปโทฯ เกาหลีใต้ทั้งระบบ โดยเฉพาะในขณะที่รัฐบาลกำลังร่างกฎหมาย Digital Asset Basic Act ฉบับที่ 2 ซึ่งเดิมทีตั้งใจจะสนับสนุนตลาด แต่จากเหตุการณ์นี้ คาดว่ากฎหมายใหม่จะออกมาในทิศทางที่ "คุมเข้มสุดขีด" โดยจะบังคับให้เว็บเทรดต้องรับผิดชอบทางกฎหมายเทียบเท่ากับสถาบันการเงินดั้งเดิม