xs
xsm
sm
md
lg

Krungthai GLOBAL MARKETS เผยค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 31.42-ทยอยแข็งค่า-ติดตามสถานการณ์การเมืองไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้(10ก.พ.69)ที่ระดับ 31.17 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย”จากระดับปิดของวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 31.27 บาทต่อดอลลาร์ และมองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.05-31.30 บาท/ดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง ในลักษณะ Sideways Down ทดสอบโซนแนวรับ 31.10 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 31.08-31.30 บาทต่อดอลลาร์) หลังบรรยากาศในตลาดการเงินโดยรวมกลับมาอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) กดดันให้เงินดอลลาร์ทยอยอ่อนค่าลง นอกจากนี้ เงินบาทยังพอได้แรงหนุนเพิ่มเติม ตามการทยอยปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ (XAUUSD) ที่สามารถกลับมาทรงตัวเหนือโซน 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อีกครั้ง ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ยังร้อนแรงอยู่

สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานยอดค้าปลีก (Retail Sales) ของสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคม ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจขนาดเล็ก (NFIB Small Business Optimism) ในเดือนมกราคม รวมถึงดัชนีต้นทุนการจ้างงาน (Employment Cost Index) ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2025 พร้อมทั้งติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED

และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน พร้อมทั้ง คอยติดตามพัฒนาการของความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ยังคงร้อนแรงอยู่ และสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนสูง

สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท แม้โดยรวมเรายังคงประเมินว่า เงินบาท (USDTHB) อาจทยอยแข็งค่าขึ้นต่อได้บ้าง สอดคล้องกับสถิติ Post-Election Rally ที่เงินบาทมักจะทยอยแข็งค่าขึ้นโดยเฉลี่ย 2% ในช่วง 1 เดือน หลังรู้ผลการเลือกตั้งและมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นมากกว่าระดับดังกล่าว หากผลการเลือกตั้งไม่นำไปสู่ความวุ่นวายของการเมืองไทย ซึ่งภาพดังกล่าวจะสอดคล้องกับแนวโน้มการทยอยเข้าซื้อสินทรัพย์ไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในส่วนของหุ้นไทยได้

อย่างไรก็ดี เรามองว่า การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทอาจเป็นไปอย่างจำกัด โดยต้องจับตาโซนแนวรับ 31.10 บาทต่อดอลลาร์ (แนวรับสำคัญถัดไป 31.00 บาทต่อดอลลาร์) หลังราคาทองคำยังอยู่ในช่วงการพักฐาน ซึ่งมีโอกาสย่อตัวลงได้บ้าง และอาจเป็นปัจจัยที่กดดันเงินบาทฝั่งอ่อนค่าได้ โดยต้องจับตาพัฒนาการของความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (สหรัฐฯ-อิหร่าน) รวมถึงปัจจัยสำคัญ อย่าง มุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ย FED ที่ต้องรอลุ้น ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ในคืนวันพุธนี้ ตามเวลาประเทศไทย

นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ในช่วงที่ผ่านมา อาจชะลอลงบ้าง และมีแนวโน้มที่เงินดอลลาร์จะแกว่งตัวในกรอบ Sideways เนื่องจากผู้เล่นในตลาดต่างรอลุ้น รายงานข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ก่อนจะปรับสถานะถือครองที่ชัดเจน อย่างมีนัยสำคัญต่อไป

และที่สำคัญ จากการประเมิน Fair Value ของเงินบาทจากปัจจัยพื้นฐาน โดยใช้โมเดล Behavioral Equilibrium Exchange Rate (BEER) เราพบว่า เงินบาท (USDTHB) ยังคงมี Fair Value ในช่วง 33-34 บาทต่อดอลลาร์ ทำให้ หากเงินบาทแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องทะลุโซน 31 บาทต่อดอลลาร์ เช่นแข็งค่าขึ้นทดสอบโซน 30.50-30.75 บาทต่อดอลลาร์ จะเป็นการแข็งค่าเกินปัจจัยพื้นฐานไปมาก ทำให้เงินบาทมักจะกลับตัวอ่อนค่าลงในช่วงระยะ 1-2 ไตรมาสข้างหน้า ตามการประเมินข้อมูลสถิติในอดีตของ