หน่วยงานกำกับดูแลการเงินเกาหลีใต้ (FSS) สั่งเชือดไก่ให้ลิงดู! กางแผนปีมังกร ประกาศ "สังคายนา" ตลาดคริปโตฯ ครั้งใหญ่ เตรียมสอบสวนเชิงลึก "วาฬเก็งกำไร" และ "ขบวนการปั่นราคา" ทุกรูปแบบ พร้อมงัดมาตรการลงโทษขั้นรุนแรงกับสถาบันการเงินที่ปล่อยให้ระบบ IT ล่มซ้ำซาก หลังเกิดเหตุการณ์ช็อกโลกที่ Bithumb เผลอโอนบิทคอยน์ มูลค่ากว่า 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์ให้ลูกค้าฟรี ๆ จนเกือบเจ๊ง
กางบัญชีดำ ล่าหัว ‘นักปั่น’ และ ‘ข่าวปลอม’
Financial Supervisory Service (FSS) หรือสำนักงานกำกับดูแลสถาบันการเงินของเกาหลีใต้ เปิดเผยระเบียบวาระการทำงานประจำปี โดยประกาศชัดเจนว่าจะยกระดับการตรวจสอบตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลสู่ความเข้มข้นสูงสุด เป้าหมายหลักคือการกวาดล้างพฤติกรรมที่บ่อนทำลายกลไกตลาด (Market Order) ได้แก่
1.วาฬหัวหมอ : การปั่นราคาโดยนักลงทุนรายใหญ่ (Whales) ที่ใช้เงินทุนมหาศาลชี้นำทิศทางตลาด
2.สร้างกับดักสภาพคล่อง : กลยุทธ์การปั่นราคาเหรียญที่มีการ "ระงับการฝาก-ถอน" บนกระดานเทรด (Gimchi Premium Tactics) เพื่อสร้างราคาเทียม
3.บอทเทรดป่วน : การใช้โปรแกรมส่งคำสั่งซื้อขายอัตโนมัติ (API Orders) เพื่อสร้างวอลุ่มปลอมหรือทุบราคา
4.IO ปั่นกระแส : การกระจายข่าวลวง (False Information) ผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อหลอกเม่า
บทเรียนราคาแพง Bithumb มือลั่นสะเทือนโลก
ฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ทางการต้องเต้น คือเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาของ Bithumb กระดานเทรดเบอร์ 2 ของประเทศ ที่เกิดความผิดพลาดทางเทคนิคระหว่างจัดกิจกรรมโปรโมชัน จนเผลอโอนบิทคอยน์จำนวนมหาศาลถึง 620,000 BTC (คิดเป็นมูลค่ากว่า 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือราว 1.5 ล้านล้านบาท) ไปเข้ากระเป๋าผู้ใช้งานหลายร้อยคนโดยไม่ตั้งใจ
แม้ล่าสุดทาง Bithumb จะแถลงว่าสามารถดึงเหรียญกลับมาได้แล้วถึง 99.7% แต่เหตุการณ์นี้สะท้อนความหละหลวมของระบบ IT ขั้นวิกฤต ส่งผลให้ FSS เตรียมกำหนดบทลงโทษและค่าปรับที่รุนแรงขึ้นสำหรับสถาบันการเงินที่ปล่อยให้เกิดความล้มเหลวทางเทคโนโลยี
ปูพรมกฎหมายใหม่ "Digital Asset Basic Act"
นอกจากการไล่จับผู้ร้าย FSS ยังได้จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ (Task Force) เพื่อเร่งคลอดกฎหมายเฟส 2 ที่เรียกว่า “Digital Asset Basic Act” ซึ่งถือเป็นกฎหมายแม่บทฉบับสำคัญ โดยจะเน้นวางกรอบการเปิดเผยข้อมูล (Disclosure Frameworks) สำหรับการออกเหรียญและการลิสต์เหรียญขึ้นกระดาน รวมถึงคู่มือการพิจารณาใบอนุญาตสำหรับผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล (VASPs) และผู้ออก Stablecoin
คาดว่าร่างกฎหมายฉบับสมบูรณ์จะเสร็จสิ้นภายใน ไตรมาสแรกของปีนี้ซึ่งจะเปลี่ยนโฉมหน้าตลาดคริปโตฯ เกาหลีใต้ให้กลายเป็นตลาดที่มีความเข้มงวดและโปร่งใสที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ทั้งนี้การที่เกาหลีใต้กำลังส่งสัญญาณว่า "ยุค Wild West" ของคริปโตฯ ได้จบลงแล้ว ใครที่คิดจะเข้ามาปั่นราคาหรือเปิดเว็บเทรดแบบขอไปที จะต้องเจอกับกฎเหล็กและบทลงโทษที่ไม่อาจปฏิเสธได้.


