xs
xsm
sm
md
lg

ตลท.เตรียมยื่น ครม.ใหม่ ผ่อนกฎเอื้อธุรกิจ-นักลงทุนหนุนตลาดฟื้น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



 ตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมเสนอแผนต่อ ครม.ใหม่ ทั้ง "บัญชีออมเพื่อการลงทุนระยะยาว JUMP + และกฎเกณฑ์ผ่อนปรนเอื้อธุรกิจและนักลงทุน 'หวังแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดตั้งหน่วยงานพิเศษที่ดูแลตลาดทุนโดยตรง เพื่อความรวดเร็วในการตัดสินใจ เดินหน้าดึงอุตฯใหม่ เข้าจดทะเบียน หวังหนุนหุ้นตัวใหม่เข้าดัชนี SET50 เปลี่ยนจากเดิม เตรียมเดินสายโรดโชว์ พ.ค.นี้ หวังดึงความสนใจและดูดนักลงทุนนอกกลับตลาดทุนไทย


นายกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)เปิดเผยว่าขณะนี้อยู่ในข่วงเปลี่ยนรัฐบาลชุดใหม่ที่จะมีขึ้นหลังการเลือกตั้งนั้น ตลท.มีแผนที่จะเสนอ และยังคงเป็นเรื่องเก่าที่เคยเสนอไปช่วงที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี และได้มีการหารือร่วมกับตลาดทุนไทยมาแล้ว จึงพร้อมที่จะดำเนินการตามแผนที่มี ทั้งเรื่องการฟ้องร้องผู้กระทำผิดในตลาดทุนไทย ด้วยการให้อำนาจสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหล้กทรัพย์ หรือ ก.ล.ต.ที่จะอาผิด กับนักลงทุนที่ทำผิดกฎเงื่อนไขข้อบังคับ เพื่อให้ ก.ล.ต.บังคับใช้กฎหมายและจัดการพฤติกรรมที่บิดเบือนตลาดได้รวดเร็ว เพื่อสร้าง Trust and Confidence ให้กับนักลงทุน รวมทั้งร่างกฎหมาย TISA ( Thailand Individual Savings Account) หรือบัญชีออมเพื่อการลงทุนระยะยาว ตลอดจน มาตรการ JUMP+ ที่ทำอย่างไรที่จะทำให้บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทยเสียภาษีมากขึ้น เพื่อเพิ่มรายได้ให้ประเทศ เป็นต้น ซึ่งที่กล่าวมานั้น รอเพียงได้รับการอนุมัติเห็นชอบเพื่อเดินหน้าเท่านั้น

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่าไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ถือเป็นกลุ่ม Emerging Market ที่มีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะตลาดฮ่องกง สิงคโปร์ที่ดึงเอา บจ.ไทยไปจดทะเบียนหลายบริษัท ดังนั้น ปัจจัยที่จะสร้างความเชื่อมั่นจึงสำคัญต่อการดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาและสนใจตลาดทุนไทยอีกครั้งคือรัฐบาลใหม่ที่จะจัดตั้งขึ้นภายใต้นโยบายที่ต้องชัดเจนและมีความต่อเนื่อง จะส่งผลต่อศักยภาพการเติบโตของประเทศ

"จึงอยากให้แต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดตั้งหน่วยงานพิเศษที่ดูแลตลาดทุนโดยตรง เพื่อความรวดเร็วในการตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายต่าง เพราะการเปลี่ยนแปลงนโยบายบ่อยถือเป็นการทำร้ายตลาดทุนไทยอย่างมาก เพราะการเปลี่ยนแปลงบ่อย ทำให้่นักลงทุนไม่เชื่อมั่น และกังวลต่อการเข้ามาลงทุน ซึ่งกฎเกณฑ์เงื่อนไขที่ประกาศใช้อย่างน้อยไม่ควรต่ำกว่า 1 ปี แต่เราไม่ยอมแพ้ในการดึง บจ.กลับเข้ามา และเราต้องศึกษาความแตกต่างของเกณฑ์ของประเทศเพื่อนบ้านด้วยเช่นกัน "นายอัสสเดช
นอกจากนี้ ตลท.ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในโครงการ BOI to IPO หรือ EEC to IPO " ที่มีเป้าหมายดึงธุรกิจใหม่และอุตสาหกรรมใหมเข้ามาจดทะเบียนในตลาดทุนไทย เพราะตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมาพบว่าดัชนี SET50 จะพบว่ามีรายชื่อของบริษัทที่ติดอันดับอยู่เดิมๆ แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง ต่างจากของประเทศอื่นอย่างสหรัฐที่มีการเปลี่่ยนแปลงมากกว่า 90% จึงอยากเห็นภาพของอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่เข้ากับยุคสมัยมาสู่ตลาดทุนไทย อย่าง ธูนกิจการจัดเก็บข้อมูล (Data Center) ธุรกิจเพื่อสุขภาพ (Wellness) และอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) ตลอดจน EV เพราะเป็นกลุ่มที่ลงทุนขนาดใหญ่

"การดึงบริษัทที่ทำธุรกิจใหม่ หรือแม้แต่บริษัทจดทะเบียนในต่างประเทศเข้ามาลงทุนในตลาดบ้านเราด้วย ซึ่งการเข้ามาอาจทำได้หลายรูปแบบ อย่าง M&A ที่เงียบหายไปนานมากจากก่อนหน้าที่มีให้เห็น หรือการเข้ามาด้วยวิธีการ black door listing การผ่อนปรนเงื่อนไขของต่างช่าติเพื่อให้เข้ามาลงทุนในธุรกิจไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ หรืออื่นๆได้เข้ามาลงทุนได้ง่ายขึ้น "นายอัสสเดชกล่าว

สำหรับ การไปโรดโชว์ในต่างประเทศนั้น ตลท.ต้องร่วมกับหน่วยงานอื่นด้วย โดยเฉพาะบริษัทหลักทรัพย์ต่าง ๆ ถือว่าสำคัญ ซึ่งภายหลังการจัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จคาดว่าแผนโรดโชว์จะเกิดขึ้นในเดือน พ.ค.นี้ เพื่อนำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุนต่างประเทศ เจาะกลุ่มนักลงทุนระยะยาวในต่างประเทศที่มีจำนวนมากสนใจจะมาลงทุนในไทย

ส่วน JUMP+ คือส่วนหนึ่งที่จะนำไปเปิดเผยต่อนักลงทุนต่างประเทศ เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการที่ต้องดำเนินการตามแผนของตนและให้ได้ตามเป้าหมาย เพื่อให้บริษัทต่าง ๆ เสนอผลงานและเดินตามแผนให้กล้าลงทุนมากขึ้น อันจะทำให้บริษัทเติบโตขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดด้วยศักยภาพตัวเอง

สำหรับ กรณีอันดับเรทติ้งตลาดทุนไทยที่ต่ำลง มองว่าการที่บริษัทจดทะเบียนสร้างผลประกอบการ สร้างผลประกอบการที่ดีขึ้นและทำให้มาร์เก็ตแคปสูงขึ้น จะเพิ่มความน่าสนใจและดึงนักลงทุนเข้ามาได้มากขึ้น และนั่นจะทำให้เรทติ้งของตลาดทุนไทยกลับคืนมาได้ ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวกับกฎเกณฑ์กติกา ที่ ตลท.และสำนักงาน ก.ล.ต.ร่วมหารือเพื่อแก้ไขระยะเวลาในการกำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆ คาดว่าจะลดปัญหาลงได้ในเบื้องต้น


กำลังโหลดความคิดเห็น