xs
xsm
sm
md
lg

บิทคอยน์ดิ่ง นักวิเคราะห์ชี้ 3 สัญญาณนักเทรดยกธงขาว-กูรูมองจุดกลับตัวครั้งสำคัญ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ตลาดคริปโตฯ แดงเดือด! บิทคอยน์ร่วงหลุด 69,000 ดอลลาร์ ทำนิวโลว์รอบ 3 เดือน ท่ามกลางบรรยากาศ “แพนิก” ขั้นสุด แต่นักวิเคราะห์ตาเหยี่ยวมองต่าง ชี้ 3 สัญญาณทางเทคนิคและจิตวิทยาบ่งชี้ว่าตลาดกำลังเข้าสู่เฟส “Full Capitulation” หรือการ “ยอมจำนนอย่างสมบูรณ์” ซึ่งในอดีตมักเป็นจุดกลับตัวครั้งสำคัญ เปิดโอกาสให้ผู้กล้าเข้าสะสมของถูกก่อนรถออก

การที่ราคา Bitcoin (BTC) ดิ่งลงต่ำกว่าระดับ 69,000 ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน 2567 ได้สร้างความหวาดผวาให้นักลงทุนทั่วโลก แต่หากมองลึกลงไปในข้อมูล On-chain และตัวเลขทางเทคนิค จะพบสัญญาณที่บ่งบอกว่า “จุดต่ำสุด” (Bottom) อาจอยู่แค่เอื้อม ด้วย 3 ปัจจัยหลักดังนี้

กราฟราคา BTC/USD รายวัน แหล่งที่มา: Cointelegraph/ TradingView
1. แมงเม่าปีกหัก : นักเก็งกำไรระยะสั้นเทขายหนีตาย (Short-Term Holder Capitulation)

โดยข้อมูลจาก CryptoQuant เผยตัวเลขที่น่าตกใจ เมื่อบิทคอยน์จำนวนกว่า 60,000 BTC (มูลค่ากว่า 4.2 พันล้านดอลลาร์) ถูกโอนเข้าสู่กระดานเทรดภายใน 24 ชั่วโมง โดยเจ้าของเหรียญกลุ่มนี้คือ “ผู้ถือครองระยะสั้น” (Short-Term Holders: STH) หรือกลุ่มคนที่ถือเหรียญไม่ถึง 155 วัน

อย่างไรก็ตามนัยสำคัญนี่คือการไหลเข้าของบิทคอยน์สู่ Exchange ครั้งใหญ่ที่สุดในปีนี้ (Year-to-Date) สะท้อนว่า "มือใหม่" หรือ "นักเก็งกำไร" กำลังถอดใจและยอมขาดทุน (Realized Losses) เพื่อหนีออกจากตลาด

ขณะที่มุมมองนักวิเคราะห์ระบุว่า "การปรับฐานครั้งนี้รุนแรงจนไม่มีใครกล้าขยับ แม้แต่ผู้ถือระยะยาว (LTH) ก็ยังนิ่ง นี่คือสัญญาณของการยอมจำนนอย่างแท้จริง"

ผู้ถือ BTC ระยะสั้นขาดทุนจากการซื้อขายในตลาดแลกเปลี่ยนภายใน 24 ชั่วโมง แหล่งที่มา: CryptoQuant
2. ความกลัวสุดขีด "ดัชนี Fear & Greed ดิ่งนรก"

นอกจากนี้หากพิจารณาดัชนี Crypto Fear & Greed Index ซึ่งใช้วัดอารมณ์ตลาด ร่วงลงแตะระดับ 12 (จากเต็ม 100) เข้าสู่โซน “Extreme Fear” หรือความกลัวแบบสุดขีด

สถิติไม่เคยหลอกใคร ระดับความกลัวที่ต่ำขนาดนี้ เคยเกิดขึ้นล่าสุดเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่ราคาบิทคอยน์จะทำจุดต่ำสุดที่ 15,500 ดอลลาร์ แล้วดีดตัวกลับเป็นขาขึ้นรอบใหญ่

แนะจับจังหวะสวนกระแส นักวิเคราะห์ชื่อดัง Davie Satoshi ย้ำว่า "ประวัติศาสตร์สอนเราว่า เมื่อตลาดกลัวจนขีดสุด นั่นคือเวลาทองในการเข้าซื้อและสะสมเพิ่ม!"

อัตราส่วนผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงของบิทคอยน์ แหล่งที่มา: Glassnode
3. RSI ลงลึกสุดกู่ "สัญญาณ Oversold ในรอบ 2 ปี"

ในเชิงเทคนิค ดัชนี Relative Strength Index (RSI) กำลังส่งสัญญาณ “ขายมากเกินไป” (Oversold) ในเกือบทุก Time Frame

ตัวชี้วัดการยอมจำนนและราคาปัจจุบัน แหล่งที่มา: Glassnode
ตัวเลขชัดเจน RSI ในกราฟรายสัปดาห์ (Weekly) ร่วงลงแตะระดับ 29 ซึ่งถือเป็นภาวะ Oversold ที่หนักที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตการล่มสลายของ FTX ในปี 2565

ดัชนีความกลัวและความโลภในคริปโตเคอร์เรนซี แหล่งที่มา: Alternative.me
ทั้งนี้จากข้อมูลของ CoinGlass แสดงให้เห็นว่า RSI ใน Time Frame 12 ชั่วโมง อยู่ที่ระดับ 18 และรายวันอยู่ที่ 20 ซึ่งในอดีต ระดับ RSI ที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดนี้มักเป็นจุดที่แรงขายเริ่มหมดแรง (Seller Exhaustion) และความเสี่ยงเทียบกับผลตอบแทน (Risk/Reward) จะเริ่มเข้าข้างฝั่ง "ผู้ซื้อ"

อัตราส่วนความรู้สึกเชิงบวก/เชิงลบของบิทคอยน์ แหล่งที่มา: Santiment
อย่างไรก็ตามแม้ภาพรวมตลาดจะดูเลวร้ายและเต็มไปด้วยเลือด แต่สัญญาณทั้ง 3 ประการคือเครื่องยืนยันว่า "แรงขายกำลังจะหมดลง" ตลาดกำลังกำจัดนักลงทุนที่อ่อนแอออกไป เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการฟื้นตัวรอบใหม่

ที่มา: X/CryptoXLARGE

แผนภูมิแสดงความร้อน RSI ของตลาดคริปโตเคอร์เรนซี แหล่งที่มา: Coinglass