ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่นักเทรดคริปโตไม่อยากจำ! หลังบิทคอยน์ทิ้งดิ่งนรกวันเดียวหายวูบกว่า 10,000 ดอลลาร์ ทำลายสถิติการร่วงลงรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ (ในแง่มูลค่าดอลลาร์) ลากนักลงทุนลงหลุม ล้างพอร์ตกว่า 2.6 พันล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 9 หมื่นล้านบาท แซงหน้าวิกฤต FTX และโควิด-19 ไปเรียบร้อย ด้านนักวิเคราะห์กางตำราวัฏจักร กรีดหัวใจแมงเม่า ชี้ปีนี้คือ “ปีหมีดุ” ของจริง ส่วนใครติดดอย 93,500 ดอลลาร์ อาจต้องทำใจรอยาวถึงปี 2571 กว่าจะได้เห็นแสงสว่างอีกครั้ง
วันทมิฬ 24 ชั่วโมงที่โลกคริปโตฯ หยุดหมุน
ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกเข้าสู่สภาวะช็อกตาตั้ง (Shell-shocked) หลังจากบิทคอยน์ (BTC) ถูกถล่มขายอย่างหนักหน่วงในช่วงการซื้อขายฝั่งสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยราคาร่วงทะลุแนวรับจิตวิทยา หลุด 60,000 ดอลลาร์ ลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ 59,930 ดอลลาร์ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567
ข้อมูลจาก TradingView และ CoinGlass เผยตัวเลขความเสียหายที่น่าขนลุก เมื่อแรงเทขายแบบตื่นตระหนก (Panic Sell) ก่อให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ (Liquidation Cascade) กวาดล้างสัญญาฟิวเจอร์สของนักลงทุนขาขึ้นไปกว่า 2.6 พันล้านดอลลาร์ ภายในวันเดียว ซึ่งสถิตินี้รุนแรงกว่าช่วงวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 ในเดือนมีนาคม 2020 และเหตุการณ์ล่มสลายของกระดานเทรด FTX เมื่อปลายปี 2565 เสียอีก
นักลงทุนสถาบันกระอักเลือด ETF ไหลออกยับ
Joe Consorti ผู้บริหารจาก Horizon ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของ "ผู้เล่นหน้าใหม่" โดยระบุว่า นักลงทุนสถาบันที่ถือครอง Bitcoin ผ่านกองทุน Spot ETF ในสหรัฐฯ ไม่เคยเผชิญกับแรงเทขายที่บ้าคลั่งระดับนี้มาก่อน ส่งผลให้เกิดแรงเทขายหน่วยลงทุนสุทธิ (Net Outflows) ออกมาถึง 434 ล้านดอลลาร์ ในวันเดียว
อย่างไรก็ดีตามข้อมูลจาก Farside Investors สะท้อนให้เห็นว่าแม้แต่ "เงินเย็น" ของสถาบันก็เริ่มทนความร้อนแรงของไฟนรกไม่ไหว
คำทำนายมรณะ "ติดดอย" ยาว 3 ปี?
ในขณะที่ตลาดกำลังเลียแผลสด Rekt Capital นักวิเคราะห์กราฟเทคนิคชื่อดัง ได้ออกมาตอกย้ำความสิ้นหวังด้วยโมเดลวัฏจักรราคา (Price Cycle Model) ที่ระบุว่า การที่กราฟเกิดการตัดกันของเส้นค่าเฉลี่ย (Moving Average Crossover) เมื่อสิ้นเดือนมกราคม เป็นสัญญาณยืนยันว่า
- ปี 2026 : คือปีแห่ง "ตลาดหมี" (Bear Market) เต็มรูปแบบ
- ปี 2027 : จะเป็นปีแห่งการสร้างฐานปรับฐาน (Bottoming Out)
- ปี 2028 : ถึงจะเป็นปีที่แนวโน้มกลับตัว (Trend Reversal) และมีโอกาสที่ราคาจะกลับไปท้าทายระดับ 93,500 ดอลลาร์ ได้อีกครั้ง
ทั้งนี้การร่วงลง 10,000 ดอลลาร์ในวันเดียว คือสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดว่า Bitcoin ได้เข้าสู่เฟสการปรับฐานที่รุนแรงและอาจยาวนานกว่าที่คิด ใครที่หวังจะเห็นการฟื้นตัวแบบ V-Shape ในเร็ววัน อาจต้องเผื่อใจและวางแผนบริหารความเสี่ยงใหม่ เพราะจากข้อมูลในอดีตและโมเดลทางเทคนิคบ่งชี้ตรงกันว่า "ฤดูหนาวคริปโตฯ รอบใหม่" เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น.


