คณะกรรมการ ก.ล.ต. งัดยาแรง สั่ง “อีอาร์เอ็กซ์” หรือ KuCoin Thailand เร่งกู้วิกฤตเงินกองทุนให้จบภายใน 7 วัน (12 ก.พ. นี้) ตามคำขอ พร้อมบี้ให้รื้อโครงสร้างบอร์ดบริหารใหม่หลังกรรมการสมองไหล ย้ำชัดต้องดูแลทรัพย์สินลูกค้าทุกฝีก้าว หากพ้นกำหนดแล้วยัง “สอบตก” อาจเจอมาตรการขั้นเด็ดขาด
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกคำสั่งด่วนที่สุดถึง บริษัท อีอาร์เอ็กซ์ จำกัด (ERX) ผู้ให้บริการศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้ชื่อทางการค้า “KuCoin Thailand” หลังจากที่บริษัทประสบปัญหาไม่สามารถดำรงเงินกองทุนได้ตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด จนเป็นเหตุให้ต้องถูกระงับการประกอบธุรกิจชั่วคราวไปก่อนหน้านี้
ขีดเส้นตาย 7 วัน เดิมพันสุดท้ายของ ERX
จากการติดตามและตรวจสอบอย่างเข้มข้น ก.ล.ต. พบว่าจนถึงปัจจุบัน ERX ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเงินกองทุนให้กลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติได้ ล่าสุดในการประชุมคณะกรรมการ ก.ล.ต. เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 บอร์ดจึงใช้อำนาจตามมาตรา 35 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ สั่งการให้ ERX ต้องดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นกรอบเวลาที่ทาง ERX เป็นผู้เสนอเอง
อย่างไรก็ตามนี่ถือเป็น “เดดไลน์” สำคัญที่ ERX ต้องเร่งระดมทุนหรือปรับปรุงสถานะทางการเงินให้ได้ตามสัญญา มิเช่นนั้นอาจนำไปสู่บทลงโทษทางกฎหมายที่รุนแรงขึ้น หรือถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตหากไม่สามารถปฏิบัติตามได้
สั่ง “ผ่าตัด” โครงสร้างบอร์ดบริหาร
นอกเหนือจากปัญหาเรื่องเงินทุน ก.ล.ต. ยังพบรอยร้าวในการบริหารจัดการภายใน โดยได้สั่งการให้ ERX “แก้ไขโครงสร้างการบริหารกิจการ (Board Governance)” โดยด่วน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องกรรมการบริษัทที่ลาออกไปก่อนหน้านี้ ซึ่ง ERX จะต้องชี้แจงและแสดงแนวทางที่ชัดเจนในการสรรหากรรมการใหม่เข้ามาทดแทน เพื่อให้องค์ประกอบของคณะกรรมการครบถ้วนและเป็นไปตามกฎระเบียบ
เกาะติดทรัพย์สินลูกค้า “รายวัน”
ท่ามกลางสถานการณ์ที่เปราะบาง ก.ล.ต. ยืนยันว่าจะเกาะติดสถานการณ์แบบ “รายวัน” โดยเฉพาะการตรวจสอบรายงานข้อมูลทรัพย์สินของลูกค้า เพื่อให้มั่นใจว่าเงินและสินทรัพย์ของนักลงทุนยังอยู่ครบถ้วนและปลอดภัย สำหรับลูกค้าของ ERX ที่มีความกังวล สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าของบริษัท หรือหากพบความผิดปกติสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน ก.ล.ต. 1207 กด 9
ทั้งนี้เวลาของ ERX เหลือไม่มาก การขีดเส้นตายวันที่ 12 ก.พ. นี้ คือบทพิสูจน์สุดท้ายว่า KuCoin Thailand จะสามารถ “คัมแบ็ก” กลับมาดำเนินธุรกิจต่อได้ หรือจะต้องปิดฉากในไทยลงอย่างถาวร นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด.


