xs
xsm
sm
md
lg

ภูฏานเทขายบิทคอยน์หนัก หลังต้นทุนขุดพุ่งจาก Halving สะเทือนตลาดคริปโต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สถานการณ์ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีที่ดิ่งลงเหวต่อเนื่องกำลังส่งผลกระทบหนัก ล่าสุด ราชอาณาจักรภูฏาน ประเทศเล็กๆ บนเทือกเขาหิมาลัยที่เคยผงาดเป็น “วาฬระดับชาติ” ได้เคลื่อนไหวเทขายบิทคอยน์ออกจากคลังสำรองแห่งชาติอีกครั้ง รวมมูลค่ากว่า 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 790 ล้านบาท) ภายในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว ส่งผลให้อันดับการถือครองบิทคอยน์ของภูฏานร่วงลงมาอยู่ที่ 7 ของโลก ท่ามกลางแรงกดดันรอบด้าน ทั้งต้นทุนการขุดที่พุ่งสูงขึ้นหลังเหตุการณ์ Halving และราคาเหรียญที่ดำดิ่งลงกว่า 42% จากจุดสูงสุด

สัญญาณอันตราย โอนเข้า Market Maker เตรียมแปลงเป็นเงินสด

ข้อมูลจาก Arkham แพลตฟอร์มวิเคราะห์บล็อกเชนชั้นนำ เผยให้เห็นการเคลื่อนไหวทางธุรกรรมที่น่าจับตา เมื่อภูฏานได้โอนย้าย Bitcoin จำนวน 184 BTC (มูลค่าประมาณ 14 ล้านดอลลาร์) ออกจากกระเป๋าเงินสำรองแห่งชาติเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ธุรกรรมนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากการโอนย้ายอีก 100.8 BTC (มูลค่า 8.3 ล้านดอลลาร์) เมื่อวันศุกร์สัปดาห์ก่อนหน้า รวมมูลค่าการเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ดิจิทัลออกในรอบสัปดาห์นี้สูงถึง 22.3 ล้านดอลลาร์

ประเด็นที่น่าสังเกตคือ ปลายทางของเหรียญเหล่านี้ถูกส่งไปยัง QCP Capital ซึ่งเป็นผู้ดูแลสภาพคล่อง (Market Maker) รายใหญ่ ในแวดวงการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นที่รู้กันดีว่า การโอนสินทรัพย์จำนวนมากเข้าสู่มือ Market Maker มักเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการเตรียมเทขายเพื่อแปลงสภาพคล่องเป็นเงินสดในตลาด

จากยุคทองสู่ขาลง พิษ Halving ทำต้นทุนขุดพุ่งสองเท่า

การเทขายต่อเนื่องส่งผลให้คลังแสง Bitcoin ของภูฏานหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ จากที่เคยสร้างประวัติศาสตร์ถือครองสูงสุดถึง 13,295 BTC ในเดือนตุลาคม 2564 ปัจจุบันตัวเลขดังกล่าวลดฮวบเหลือเพียง 5,700 BTC เท่านั้น ข้อมูลจาก Bitcoin Treasuries ระบุว่า การลดสัดส่วนการถือครองครั้งนี้ ทำให้ภูฏานหลุดจากกลุ่มผู้นำ ร่วงลงมาอยู่อันดับที่ 7 ของประเทศที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดในโลก ตามหลังมหาอำนาจอย่าง สหรัฐอเมริกา, จีน, สหราชอาณาจักร รวมถึง ยูเครน, เอลซัลวาดอร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

Arkham วิเคราะห์ว่า แม้ภูฏานจะเริ่มสะสม Bitcoin มาตั้งแต่ปี 2562 โดยใช้ข้อได้เปรียบจากพลังงานน้ำ (Hydroelectric) ราคาถูกในการทำเหมืองขุด แต่สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปหลังเหตุการณ์ Bitcoin Halving ในปี 2567 ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนการขุดต่อ 1 เหรียญ พุ่งสูงขึ้นถึง “สองเท่า” ทำให้ปัจจุบันภูฏานสามารถขุด Bitcoin ได้น้อยลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปี 2566 ที่เคยทำได้ถึง 8,200 BTC การแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นในขณะที่ราคาเหรียญในตลาดลดลง จึงเป็นแรงกดดันสำคัญที่อาจบีบให้รัฐบาลต้องทยอยขายสินทรัพย์ออกมา


มรสุมรุมเร้า ตลาดซบเซา-นักลงทุนแห่ซบทองคำ

การเทขายของภูฏานเกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตศรัทธาครั้งใหญ่ในตลาดคริปโตฯ ที่ราคา Bitcoin ร่วงลงมาแล้วถึง 42.8% จากจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 126,080 ดอลลาร์ (เมื่อ ต.ค. ปีก่อน) ลงมาเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 72,000 ดอลลาร์ บรรยากาศการลงทุนโดยรวมซบเซาหนักสุดนับตั้งแต่กลางปี 2565

ปัจจัยลบระดับมหภาคที่รุมเร้าตลาดในขณะนี้ มีทั้งความไม่แน่นอนทางการเมืองในสหรัฐฯ จากภาวะ Government Shutdown, ความกังวลต่อนโยบายสงครามการค้าและกำแพงภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์, และความล่าช้าของกฎหมายกำกับดูแลโครงสร้างตลาดคริปโตฯ ในวอชิงตัน แม้สภาพคล่องทางการเงินทั่วโลกจะอยู่ในระดับสูง แต่เม็ดเงินลงทุนกำลังไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยง (Risk-on assets) เข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe havens) อย่างทองคำและโลหะเงิน

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลในเชิงเทคนิค ทั้งเรื่องความเสี่ยงจากควอนตัมคอมพิวติ้งในอนาคต และการที่ Hashrate (กำลังการขุด) ของเครือข่าย Bitcoin ลดลงต่ำกว่า 1 Zetahash ต่อวินาที เนื่องจากนักขุดจำนวนมากเริ่ม "ถอดปลั๊ก" เครื่องจักรที่ไม่คุ้มทุนออก ทั้งหมดนี้กำลังกดดันให้แม้แต่ระดับ "รัฐชาติ" ก็ยังต้องปรับพอร์ตเพื่อความอยู่รอดในสภาวะตลาดหมีเช่นนี้


กำลังโหลดความคิดเห็น