ดัชนีหุ้นไทย สิ้น ม.ค. ปิดที่ 1,325.62 จุด เพิ่มขึ้น 5.2% จากสิ้นเดือนก่อนหน้า รับแรงหนุนจากทั้งปัจจัยในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้ากลับมาซื้อสุทธิเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน ขณะที่หุ้นมูลค่า (Value stock) กลับมาได้รับความสนใจมากขึ้นท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลก
นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าดัชนี SET Index ณ สิ้นเดือนมกราคม 2569 ปิดที่ระดับ 1,325.62 จุด เพิ่มขึ้น 5.2% จากสิ้นเดือนก่อนหน้า ได้รับแรงหนุนจากทั้งปัจจัยในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้ากลับมาซื้อสุทธิเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน ขณะที่หุ้นมูลค่า (Value stock) กลับมาได้รับความสนใจมากขึ้นท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลก โดยการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกในปี 2569 คาดว่าจะได้รับแรงหนุนจาก AI และนโยบายกระตุ้นของภาครัฐ อย่างไรก็ตาม หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ มี valuation ค่อนข้างสูง ประกอบกับความตึงเครียดเชิงภูมิรัฐศาสตร์ และความกังวลต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่อาจลดลง ส่งผลให้เห็นสัญญาณเงินทุนเคลื่อนย้ายออกจากสหรัฐฯ ไปยังภูมิภาคอื่น
สำหรับปัจจัยในประเทศ บริษัทจดทะเบียนไทยมีการจ่ายปันผล และการซื้อหุ้นคืนรวมในปี 2568 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งนี้หากพิจารณาเฉพาะหุ้นกลุ่มปันผลสูง (SETHD) ยังให้ผลตอบแทนรวม (Total Return) ถึง 11.32% ในปี 2568 ส่วนในเดือนมกราคม 2569 ตลาดหุ้นไทยได้รับปัจจัยหนุนจาก Election Rally ซึ่งจากสถิติในอดีตพบว่า SET Index ให้ผลตอบแทนเป็นบวกในช่วง 1 เดือนก่อนและหลังเลือกตั้ง นอกจากนี้ ในช่วงต้นปีนี้ไม่มีแรงขายกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) เหมือนในปีที่ผ่านมา ในขณะที่ผู้ลงทุนต่างชาติมีสถานะเป็นผู้ซื้อสุทธิเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน
ภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทยเดือนมกราคม 2569
ณ วันที่ 30 มกราคม 2569 SET Index ปิดที่ 1,325.62 จุด เพิ่มขึ้น 5.2% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในภูมิภาค โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม และกลุ่มทรัพยากร
ในเดือนมกราคม 2569 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai อยู่ที่ 46,496 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.2% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน
ผู้ลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิ 4,345 ล้านบาท หากรวมกับที่ซื้อสุทธิในเดือนก่อนหน้าจะคิดเป็นมูลค่า 10,547 ล้านบาท ซึ่งเป็นการซื้อสุทธิของผู้ลงทุนต่างชาติสองเดือนติดต่อกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2566
ผู้ลงทุนต่างประเทศยังคงมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ระดับ 53.37% ของมูลค่าการซื้อขายรวม ตามด้วยผู้ลงทุนรายย่อยในประเทศ 29.63% ผู้ลงทุนสถาบันในประเทศ 10.56% และบริษัทหลักทรัพย์ 6.44%
เดือนมกราคม 2569 ไม่มีบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่ซื้อขายใน SET และ mai
ขณะที่ Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นมกราคม 2569 อยู่ที่ระดับ 14.7 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 16.0 เท่า และ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 14.2 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 18.2 เท่า
อัตราเงินปันผลตอบแทนของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นมกราคม 2569 อยู่ที่ระดับ 3.82% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 2.72%
ภาวตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เดือนมกราคม 2569
มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 454,455 สัญญา เพิ่มขึ้น 5.5% จากเดือนก่อน ที่สำคัญจากการเพิ่มขึ้นของ Gold Online Futures และ Silver Online Futures


