สื่อโซเชียลต่อต้านการทุจริต ”STRONG” เปิดเอกสารมัดผู้บริหาร บล.คิงฟอร์ด โยงคดี”หมอบุญ” เข้าข่ายผิดกฎหมายหลายฉบับ
กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา สื่อโซเชียลภายใต้ชื่อ ชมรม STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย ซึ่งมีผู้ติดตามประมาณ 250,000 ราย ได้เผยแพร่เอกสาร หนังสือของบริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2567 ซึ่งส่งถึงนายบุญ วนาสินหรือหมอบุญ ผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกงประชาชน มูลค่าความเสียหายกว่า 2 หมื่นล้านบาท โดยระบุถึงยอดเงินคงเหลือในงบการเงินของบริษัทฯ ณ วันที่30 มิถุนายน2567 จากรายได้ค้างรับค่าที่ปรึกษาทางการเงินจำนวน4.04 ล้านบาท โดยมีนายประจวบ ศิริรัตน์บุญขจร กรรมการบล.คิงส์ฟอร์ด เป็นผู้เซ็นเอกสารที่ส่งถึงหมอบุญ
ชมรมSTRONGระบุว่า เอกสารหลักฐานสำคัญที่ส่งถึงหมอบุญ ชี้ให้เห็นว่า ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายของหมอบุญ มิได้เป็นการกระทำของ “พนักงานระดับล่าง” ตามที่บล.คิงส์ฟอร์ดชี้แจงก่อนหน้านี้ แต่เป็นการดำเนินการในระดับ องค์กร โดยมีลายเซ็นของกรรมการและผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด (มหาชน) ปรากฏชัดในเอกสารทางการ
เช่น สัญญาบริการ (Service Agreement) ลงนามโดยนายวุฒิพงษ์ วงศ์ภัทรกุล กรรมการผู้มีอำนาจ นายวิมุตติ สุขทิพยาโรจน์ กรรมการผู้มีอำนาจของบล.คิงส์ฟอร์ด และมีนายวรนันท์ ถาวรนันท์ ลงนามเป็นพยาน แสดงให้เห็นว่าเป็นการทำสัญญาในนามบริษัทอย่างเป็นทางการ หนังสือยืนยันยอดหนี้ และการรับรู้รายได้ของบล.คิงส์ฟอร์ด ปรากฏลายเซ็นของนายประจวบ ศิริรัตน์บุญขจร (CEO) ลงนามยืนยันยอดคงเหลือจำนวน 4,041,818 บาทสะท้อนว่าฝ่ายบริหารระดับสูง รับรู้และรับรองสถานะทางบัญชีของธุรกรรมโดยตรง
ชมรมSTRONG ระบุอีกว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและตลาดทุนให้ความเห็นว่า หากพิสูจน์ได้ว่าเงินหรือธุรกรรมตามเอกสารเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินที่ได้มาจากการฉ้อโกงประชาชนของนายบุญ วนาสิน พฤติการณ์ของผู้เกี่ยวข้องอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายสำคัญหลายฉบับ ประกอบด้วย พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ฐานสมคบหรือสนับสนุนการฟอกเงิน หากมีการช่วยจัดการ โอน รับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สิน ที่รู้หรือควรรู้ว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด การทำสัญญาและรับรู้รายได้อย่างเป็นทางการ อาจถูกตีความว่าเป็นการ สนับสนุนหรือสมคบกันฟอกเงิน ซึ่งมีโทษทางอาญาร้ายแรง
และหากการจัดหาแหล่งเงินหรือโครงสร้างทางการเงิน เป็นไปทั้งที่ทราบหรือควรรู้ว่าโครงการหรือธุรกิจนั้นมีลักษณะหลอกลวง ผู้ลงนามในสัญญาอาจถูกพิจารณาได้ว่าเป็น ตัวการร่วม หรืออย่างน้อยเป็น ผู้สนับสนุน ให้เกิดการฉ้อโกง หรือ กรณีการให้ข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่หรือสาธารณะ หากขัดกับข้อเท็จจริงในเอกสาร อาจถูกตรวจสอบในประเด็น การให้ถ้อยคำหรือแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ ได้เช่นกัน
นอกจากนั้น ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของกรรมการและผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง ซื่อสัตย์สุจริต และคำนึงถึงประโยชน์ของบริษัทและผู้ถือหุ้น การอ้างว่า “ไม่รู้เรื่อง” ทั้งที่มีลายเซ็นในสัญญาและเอกสารรับรู้หนี้ อาจเข้าข่าย บกพร่องต่อหน้าที่อย่างร้ายแรง
และหากเปิดเผยข้อมูลอันเป็นเท็จหรือทำให้เข้าใจผิด หรือหากมีการบันทึกบัญชี หรือรายงานข้อมูลต่อตลาดทุนและก.ล.ต. ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพื่อปกปิดความเสี่ยงหรือความผิดปกติ อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหลักทรัพย์ รวมทั้งการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยเผยแพร่หรือให้ข้อมูลต่อสาธารณะผ่านสื่อออนไลน์ โดยรู้อยู่แล้วว่าไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในเอกสาร อาจถูกพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.หลักทรัพย์ได้
เอกสารที่ปรากฏลายเซ็นของ กรรมการ และ CEO ไม่ใช่เพียงรายละเอียดทางธุรการ แต่คือ หลักฐานเชิงโครงสร้าง ที่ชี้ว่าธุรกรรมกับหมอบุญ เป็นการดำเนินการในระดับองค์กร การชี้แจงว่าเป็นความผิดของพนักงานระดับล่างเพียงลำพัง จึงยิ่งถูกตั้งคำถามมากขึ้น ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น DSI และ ก.ล.ต. ควรเร่งตรวจสอบว่า ผู้บริหารและคณะกรรมการบล.คิงส์ฟอร์ด มีส่วนรู้เห็น สนับสนุน หรือเพิกเฉยต่อความผิดปกติ ของธุรกรรมที่เชื่อมโยงกับคดีนายบุญ วนาสิน หรือไม่ เพื่อสร้างมาตรฐานความรับผิดชอบและความโปร่งใสในระบบตลาดทุนไทย
ชมรมSTRONG ระบุในหมายเหตุทิ้งท้ายว่า ข้อความทั้งหมดของชมรมที่นำเผยแพร่ เป็นการวิเคราะห์จากเอกสารและพฤติการณ์ที่ปรากฏในเอกสาร และชมรมฯใช้ถ้อยคำว่า “ส่อเข้าข่าย” หรือ “อาจเข้าข่าย” ตามหลักความรอบคอบทางกฎหมาย การชี้ขาดความผิดเป็นอำนาจของศาลเท่านั้น
ปรากฏว่า การตีแผ่เอกสารที่ผู้บริหารบล.คิงฟอร์ดส่งถึงหมอบุญ เกี่ยวกับค่าธรรมเนียมที่ปรึกษาทางการเงินที่คงค้างกว่า 4 ล้านบาทนั้น มีผู้เข้าชมและแสดงความคิดเห็นอย่างคับคั่ง และมีการแชร์ข้อมูลในสื่อโซเชียลอย่างกว้างขวาง
คดีหมอบุญฉ้อโกงประชาชน ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหารวม13 ราย และอยู่ระหว่างหลบหนี 3ราย โดยมีพนักงานบริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ดรวมอยู่ด้วยหลายราย โดยบริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ดออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า ฝ่ายบริหารบริษัท ไม่มีส่วนร่วมรู้เห็นกับคดีหมอบุญ และมีข่าวว่า ตำรวจเตรียมออกหมายจับ ผู้ร่วมขบวนการคดีหมอบุญเพิ่มเติม แต่หมายจับผู้ต้องหาล็อตที่สองเงียบหายไปหลายเดือนแล้ว


