xs
xsm
sm
md
lg

วิเคราะห์ 4 สัญญาณ บิทคอยน์อาจถึงจุดต่ำสุดแล้ว มองแนวรับแกร่งที่ 75000 ดอลลาร์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



บิทคอยน์ดิ่งนรกแตะจุดต่ำสุด 74,680 ดอลลาร์ เซ่นแรงเทขาย 1.8 พันล้านดอลล์ ท่ามกลางความผันผวนของตลาดเงินและวิกฤตความเชื่อมั่น แต่ Cointelegraph กางตำราวิเคราะห์ เจาะลึก 4 สัญญาณชีพที่บ่งชี้ว่า "นรกจบแค่นี้" มั่นใจแนวรับ 75,000 ดอลลาร์ แข็งแกร่งดั่งหินผาตลอดปี 2569 เมินกระแสทองคำขาขึ้นและข่าวลือทุบตลาด ชี้ข้อมูลอนุพันธ์ยังนิ่ง นักลงทุนสถาบันยัง "กัดฟันสู้" ไม่ถอย

กลายเป็นสัปดาห์ทมิฬสำหรับนักเทรดคริปโทเคอร์เรนซี เมื่อราคา Bitcoin (BTC) ร่วงลงแตะระดับ 74,680 ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากเกิดเหตุการณ์ล้างพอร์ต (Liquidation) ฝั่งขาขึ้นมูลค่ามหาศาลกว่า 1.8 พันล้านดอลลาร์ นักลงทุนพากันเทขายสินทรัพย์เสี่ยงและหันไปถือเงินสดหรือพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้น ท่ามกลางความตื่นตระหนกจากราคาทีโลหะเงิน (Silver) ที่ดิ่งลงกว่า 41% ใน 3 วัน และความกังวลเรื่องมูลค่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่สูงเกินจริง

แม้ตลาดทองคำจะกำลังเฉิดฉายในฐานะแหล่งพักเงิน (Store of Value) จนมูลค่าตลาดพุ่งแตะ 33 ล้านล้านดอลลาร์ แต่ข้อมูลเชิงลึกกลับบ่งชี้ว่าบิทคอยน์อาจจะไม่ร่วงต่ำไปกว่านี้ ด้วย 4 ปัจจัยสำคัญ ที่เปรียบเสมือน "เสาเข็ม" ค้ำยันราคา 75,000 ดอลลาร์เอาไว้ตลอดปี 2569 เช่น

1. สัญญาณมหภาคยังแกร่ง : พันธบัตรนิ่ง-หุ้นสหรัฐฯ จ่อ New High

แม้จะมีความวุ่นวายเรื่องการปิดหน่วยงานรัฐบาลบางส่วน (Partial Shutdown) ในสหรัฐฯ แต่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปี ยังทรงตัวอยู่ที่ 3.54% ไม่ได้ส่งสัญญาณ Panic เหมือนช่วงตุลาคม 2568

ขณะเดียวกัน ดัชนี S&P 500 ก็เทรดต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาล (All-time High) เพียง 0.4% สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนว่าสภาสหรัฐฯ จะสามารถบรรลุข้อตกลงงบประมาณได้ในเร็ววันตามคำยืนยันของ Mike Johnson ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งบรรยากาศเช่นนี้เอื้อต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างบิทคอยน์ให้ยืนระยะได้

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐฯ อายุ 2 ปี (ซ้าย) เทียบกับดัชนี S&P 500 (ขวา) ที่มา: TradingView
2. ‘Oracle’ กู้ศรัทธาหุ้น Tech สยบข่าวลือฟองสบู่ AI แตก

ความกังวลว่าฟองสบู่ AI กำลังจะแตกเริ่มคลี่คลาย หลังจากยักษ์ใหญ่อย่าง Oracle (ORCL) ประกาศแผนระดมทุน 5 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2569 เพื่อรองรับดีมานด์ลูกค้า Cloud ที่ล้นทะลัก ข่าวนี้นอกจากจะช่วยพยุงหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีแล้ว ยังส่งผลดีทางอ้อมต่อบิทคอยน์ในฐานะสินทรัพย์ที่มักเคลื่อนไหวสอดคล้องกับหุ้น Tech ให้มีเสถียรภาพมากขึ้น

อัตราแลกเปลี่ยนพื้นฐานของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า Bitcoin 2 เดือน แหล่งที่มา: Laevitas.ch
3. ตลาดอนุพันธ์ ‘หนังเหนียว’ ร่วง 40% แต่รายใหญ่ไม่ Short

แม้ราคาบิทคอยน์จะร่วงลงมาถึง 40.8% จากจุดสูงสุดที่ 126,220 ดอลลาร์ (เมื่อ ต.ค. 2568) แต่ข้อมูลจากตลาดอนุพันธ์ (Derivatives) กลับน่าประหลาดใจ เพราะไม่มีสัญญาณ Inversion หรือภาวะที่ราคาฟิวเจอร์สต่ำกว่าราคาตลาด (Backwardation) ซึ่งมักจะเกิดขึ้นเมื่อนักลงทุนมองโลกในแง่ร้ายสุดขีด ขณะที่ค่าพรีเมียมฟิวเจอร์ส (Basis Rate) ยังยืนอยู่ที่ 3% แม้จะดูอ่อนแรงแต่ยังไม่เข้าขั้นวิกฤต ที่สำคัญยอดคงค้างสัญญา (Open Interest) ยังอยู่ในระดับสูงถึง 4 หมื่นล้านดอลลาร์ แสดงให้เห็นว่าวาฬและสถาบันยังไม่ได้ทิ้งตลาดไปไหน

4. อย่าตื่นตูม ETF-MSTR ข่าวร้ายที่ถูกขยายเกินจริง

กระแสข่าวเรื่องเงินทุนไหลออก (Outflow) จาก Spot Bitcoin ETF กว่า 3.2 พันล้านดอลลาร์ตั้งแต่มกราคม อาจดูน่าตกใจ แต่เมื่อเทียบกับสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ทั้งหมดแล้ว คิดเป็นสัดส่วน ไม่ถึง 3% เท่านั้น

ปริมาณการไหลสุทธิรายวันของ ETF Bitcoin ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (หน่วยเป็นดอลลาร์สหรัฐฯ) ที่มา: CoinGlass
ส่วนกรณีหุ้น MicroStrategy (MSTR) ที่ร่วงต่ำกว่ามูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) จนเกิดข่าวลือว่าจะมีการเทขาย Bitcoin นั้นถือเป็น "เรื่องไร้สาระ" เพราะบริษัทไม่มีเงื่อนไขบังคับขาย (Covenants) ใดๆ และยังมีเงินสดสำรองอีก 1.44 พันล้านดอลลาร์เตรียมไว้จ่ายปันผลและดอกเบี้ย จึงไม่มีความจำเป็นต้องทุบหม้อข้าวตัวเองแต่อย่างใด

อย่างไรก็ดีแม้กราฟราคาจะดูน่าหวาดเสียว แต่เมื่อกางปัจจัยพื้นฐานและข้อมูลเชิงลึกดูแล้ว ระดับ 75,000 ดอลลาร์ คือป้อมปราการที่แข็งแกร่ง และมีโอกาสสูงที่จะเป็นจุดกลับตัวสำคัญของบิทคอยน์ในปี 2569 นี้.


กำลังโหลดความคิดเห็น