xs
xsm
sm
md
lg

Krungthai GLOBAL MARKETS เผยค่าบาทเปิดที่ 31.49-ผันผวนติดตามติดราคาทองคำ-เลือกตั้ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้(3ก.พ.69)ที่ระดับ 31.49 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้น”จากระดับปิดของวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 31.60 บาทต่อดอลลาร์ และมองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.35-31.65 บาท/ดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยแข็งค่าขึ้น ในลักษณะ Sideways Down ทะลุโซนแนวรับ 31.50 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 31.46-31.68 บาทต่อดอลลาร์) แม้จะเผชิญแรงกดดันจากการทยอยแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ที่ได้อานิสงส์จากภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินสหรัฐฯ และรายงานดัชนี ISM PMI ภาคการผลิตอุตสาหกรรม เดือนมกราคม ที่ปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 52.6 จุด (ดัชนีเกิน 50 จุด สะท้อนภาวะขยายตัว) ดีกว่าที่ตลาดประเมินไว้เพียง 48.5 จุด ซึ่งส่งผลให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED ลงบ้าง (ให้โอกาส 94% ที่ FED จะลดดอกเบี้ย 2 ครั้ง ในปีนี้ จากเดิม ตลาดมั่นใจ 100% และมองว่ามีโอกาสราว 12% ที่จะลดดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ได้) ทว่า เงินบาทได้แรงหนุนฝั่งแข็งค่าจากการรีบาวด์สูงขึ้นต่อเนื่องของราคาทองคำ (XAUUSD) ที่กลับมาทรงตัวเหนือโซน 4,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อีกครั้ง

สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่าง ยอดตำแหน่งงานเปิดรับ (JOLTS Job Openings) ที่จะทยอยรับรู้ในช่วงราว 22.00 น. ตามเวลาประเทศไทย รวมถึง ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED

ส่วนฝั่งเอเชีย-แปซิฟิก ผู้เล่นในตลาดและบรรดานักวิเคราะห์ต่างประเมินว่า ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) อาจขึ้นดอกเบี้ย 25bps สู่ระดับ 3.85% หลังอัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงและมีแนวโน้มสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา กอปรกับภาพรวมเศรษฐกิจออสเตรเลียยังคงสดใสอยู่

และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน พร้อมทั้ง คอยติดตามพัฒนาการของความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน (ที่เริ่มเห็นสัญญาณการเจรจาในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะข้อตกลงนิวเคลียร์) ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับบรรดาประเทศยุโรป ในประเด็น Greenland และแนวโน้มการเจรจาเพื่อยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน

สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท แม้ว่าในช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) จะทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง ตามการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของราคาทองคำ ทว่า ปัจจัยหนุนราคาทองคำในช่วงนี้ อาจลดลงจากช่วงก่อนหน้าที่ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นไปบ้าง ทั้ง มุมมองของผู้เล่นในตลาดที่ทยอยปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่เริ่มคลี่คลายลง หลังสหรัฐฯ กับอิหร่านเตรียมเปิดการเจรจาอีกครั้ง ทำให้เราประเมินว่า การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำอาจเป็นไปอย่างจำกัดในช่วงระยะสั้นได้ และอาจเริ่มเห็นการแกว่งตัวในกรอบ Sideways (บนความผันผวนที่สูงกว่าปกติ) ทำให้เงินบาทอาจไม่ได้รับอานิสงส์จากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำมากนัก ตราบใดที่ราคาทองคำไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง เช่นในช่วงก่อนหน้า

นอกจากนี้ เงินดอลลาร์อาจแกว่งตัว Sideways หรือแข็งค่าขึ้นเพิ่มเติมได้ หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงนี้ โดยเฉพาะข้อมูลตลาดแรงงาน (ยกเว้นข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม หรือ Nonfarm Payrolls ที่ถูกเลื่อนประกาศ จากผลกระทบของภาวะ Government Shutdown ล่าสุด) ออกมาดีกว่าคาด ทำให้ผู้เล่นในตลาดต่างปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED เพิ่มเติม

อย่างไรก็ดี เรามองว่า เงินบาทได้เคลื่อนไหวผันผวนสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากช่วงก่อนหน้า สอดคล้องกับกรอบการเคลื่อนไหวรายวันที่กว้างขึ้น ทำให้โดยรวมเงินบาทอาจเคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจน ในกรอบที่กว้างขึ้น (Volatile Sideways) และที่สำคัญ ผู้เล่นในตลาดอาจเลือกที่จะรอลุ้นผลการเลือกตั้งของไทย ก่อนที่จะปรับสถานะถือครองอย่างมีนัยสำคัญ โดยในเชิงเทคนิคัล เงินบาทจะมีโซนแนวต้านแรกในช่วง 31.50 บาทต่อดอลลาร์ และมีแนวต้านถัดไปในช่วง 31.75-31.80 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนโซนแนวรับ 31.30 บาทต่อดอลลาร์ และโซนแนวรับสำคัญ 31.00 บาทต่อดอลลาร์ และหากประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following เงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มแข็งค่าขึ้น จนกว่าจะสามารถอ่อนค่าทะลุโซน 31.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน ส่วนในแนวโน้มระยะกลางนั้น (ประเมินด้วย Time Frame Weekly) เงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มแข็งค่าขึ้น จนกว่าจะสามารถอ่อนค่าทะลุโซน 31.80 บาทต่อดอลลาร์ และเราจะปรับมุมมองต่อแนวโน้มเงินบาทใหม่ หากสามารถอ่อนค่าทะลุเส้นค่าเฉลี่ย 30 สัปดาห์ แถวโซน 32.10-32.20 บาทต่อดอลลาร์
กำลังโหลดความคิดเห็น