xs
xsm
sm
md
lg

Krungthai GLOBAL MARKETS เผยค่าบาทเปิดที่ 31.55-ติดตามเลือกตั้ง-การเมืองไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 31.00-32.00 บาท/ดอลลาร์ และกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วงโมงข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.40-31.65 บาท/ดอลลาร์ จากระดับเปิดเช้านี้ (2ก.พ.69)ที่ 31.55 บาทต่อดอลลาร์“อ่อนค่าลงเล็กน้อย”จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ณ ระดับ 31.43 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยอ่อนค่าลง ในลักษณะ Sideways Up และมีจังหวะอ่อนค่าทะลุโซนแนวต้าน 31.50 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 31.31-31.62 บาทต่อดอลลาร์) กดดันโดยการทยอยแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องของเงินดอลลาร์ ที่มาพร้อมกับจังหวะการปรับฐานเป็นระยะๆ ของราคาทองคำ ตอบรับข่าวประธานาธิบดี Donald Trump เลือก Kevin Warsh เป็นประธาน FED คนใหม่ เนื่องจากผู้เล่นในตลาดประเมินว่า Kevin Warsh อาจไม่ได้สนับสนุนการดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย โดยเฉพาะในส่วนของการทำ Quantitative Easing (QE) มากเท่ากับผู้สมัครท่านอื่นๆ

สำหรับสัปดาห์นี้รวมถึงในช่วงระยะสั้น เราประเมินว่า ควรระวังความผันผวนในช่วงตลาดรับรู้ ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ พร้อมรอติดตาม ผลการประชุม BOE และ ECB รวมถึง สถานการณ์ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ และรายงานผลประกอบการบรรดาบริษัทจดทะเบียน อย่าง หุ้นเทคฯ ใหญ่ (Alphabet และ Amazon)

สำหรับ แนวโน้มเงินบาท แม้ว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาท (USDTHB) จะมีกำลังมากขึ้น หลังเงินบาททยอยอ่อนค่าลง ตามการแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องของเงินดอลลาร์และจังหวะพักฐานของราคาทองคำ ทว่า การอ่อนค่าของเงินบาทก็อาจชะลอลงได้ หลังผู้เล่นในตลาด อย่าง ฝั่งผู้ส่งออกต่างก็รอทยอยขายเงินดอลลาร์ นอกจากนี้ หากรายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ออกมาแย่กว่าคาด อาจกดดันให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงบ้าง ตามการปรับเลื่อนจังหวะการลดดอกเบี้ยของ FED ให้เร็วขึ้น (หลังผู้เล่นในตลาดมั่นใจว่า FED จะลดดอกเบี้ยได้ 2 ครั้ง ในปีนี้) ส่วนราคาทองคำนั้น ได้ปรับตัวลงลึกว่าค่าเฉลี่ย -10% สะท้อนความเสี่ยงการปรับตัวลงต่อที่เริ่มจำกัด และเปิดโอกาสให้ ราคาทองคำสามารถมีจังหวะรีบาวด์สูงขึ้นบ้าง และที่สำคัญ เราประเมินว่า ผู้เล่นในตลาดอาจยังไม่รีบปรับสถานะถือครอง เพื่อรอลุ้น ผลการเลือกตั้งของไทย โดยจากสถิติในอดีต เงินบาทมีโอกาสแข็งค่าขึ้นต่อราว 2%-3% ในช่วง 1 เดือน หลังการเลือกตั้ง ก่อนที่จะพลิกอ่อนค่าลง พร้อมความผันผวนที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากนั้น ท่ามกลางความวุ่นวายของการเมืองไทย

ในเชิงเทคนิคัล หากประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following เงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มแข็งค่าขึ้น จนกว่าจะสามารถอ่อนค่าทะลุโซน 31.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน ส่วนในแนวโน้มระยะกลางนั้น (ประเมินด้วย Time Frame Weekly) เงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มแข็งค่าขึ้น จนกว่าจะสามารถอ่อนค่าทะลุโซน 31.80 บาทต่อดอลลาร์ และเราจะปรับมุมมองต่อแนวโน้มเงินบาทใหม่ หากสามารถอ่อนค่าทะลุเส้นค่าเฉลี่ย 30 สัปดาห์ แถวโซน 32.00-32.10 บาทต่อดอลลาร์
กำลังโหลดความคิดเห็น