xs
xsm
sm
md
lg

อีลอน มัสก์ เล็งควบรวม "Tesla-SpaceX" กุมอำนาจบิทคอยน์ ก้าวสู่ผู้ถือครองเบอร์ 7 ของโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ข่าวใหญ่สะเทือนวอลล์สตรีทและวงการคริปโตฯ! เมื่อ ‘อีลอน มัสก์’ ตกเป็นข่าวเตรียมจัดทัพอาณาจักรใหม่ เล็งควบรวมกิจการระหว่าง ‘SpaceX’ และ ‘Tesla’ (หรืออาจดึง xAI มาร่วมวง) งานนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของจรวดหรือรถยนต์ไฟฟ้า แต่เป็นการ “รวมศูนย์ขุมทรัพย์ Bitcoin” ครั้งมโหฬารกว่า 20,000 BTC ไว้ในงบดุลเดียว ดันขึ้นแท่นผู้ถือครองเบอร์ 7 ของโลก ท่ามกลางความกังวลเรื่องความผันผวนทางบัญชีที่อาจฉุดรั้งมูลค่าบริษัท

การขยับตัวของมหาเศรษฐีเบอร์หนึ่งของโลกอย่าง Elon Musk มักสร้างแรงกระเพื่อมรุนแรงเสมอ ล่าสุดกับกระแสข่าวการพิจารณาควบรวมกิจการในเครือ ทำให้สปอตไลต์สาดส่องไปที่ “สินทรัพย์ดิจิทัล” ที่ซ่อนอยู่ในงบดุลของทั้งสองบริษัท ซึ่งหากดีลนี้เกิดขึ้นจริง มันจะเปลี่ยนโฉมหน้าการถือครอง Bitcoin ในระดับองค์กรไปตลอดกาล

กำเนิด ‘วาฬองค์กร’ หน้าใหม่กุม 20,000 BTC ในมือเดียว

ข้อมูลจากเอกสารเปิดเผยระบุชัดเจนว่า หากนำสินทรัพย์ของทั้งสองบริษัทมารวมกัน จะเกิดเป็นพอร์ต Bitcoin ขนาดมหึมา

- SpaceX : ถือครองเงียบๆ มาตั้งแต่ปี 2021 จำนวน 8,285 BTC (มูลค่าราว 680 ล้านดอลลาร์)

- Tesla : ถือครองอยู่ 11,509 BTC (มูลค่าราว 1 พันล้านดอลลาร์)

เมื่อรวมกันแล้ว นิติบุคคลใหม่นี้จะถือครอง Bitcoin เกือบ 20,000 BTC คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1.7 พันล้านดอลลาร์ (ราว 5-6 หมื่นล้านบาท) ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทใหม่นี้ก้าวขึ้นเป็น ผู้ถือครอง Bitcoin รายใหญ่อันดับ 7 ของโลก (ในกลุ่มองค์กร) ตามหลังเพียง Bullish เจ้าของ CoinDesk เท่านั้น

ดาบสองคมทางบัญชี : เมื่อ ‘Private’ เจอ ‘Public’

ประเด็นที่นักวิเคราะห์การเงินจับตามองอย่างใกล้ชิด คือความแตกต่างของ “มาตรฐานทางบัญชี” หากมีการควบรวมกันขึ้น เช่น

Tesla (บริษัทมหาชน) : ต้องแบกรับความผันผวนของราคา Bitcoin ผ่านระบบ Fair-value accounting ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อตัวเลขกำไร-ขาดทุนในแต่ละไตรมาส (ล่าสุดไตรมาส 4 ปี 2568 เพิ่งบันทึกขาดทุนทางบัญชีไปถึง 239 ล้านดอลลาร์ หลังราคา Bitcoin ร่วงจาก 114,000 ดอลลาร์ เหลือ 80,000 ดอลลาร์ปลายๆ)

ขณะที่ทาง SpaceX ที่ผ่านมาสามารถหลบเลี่ยงแรงกดดันจากการรายงานผลประกอบการรายไตรมาสได้

อย่างไรก็ตามหากการควบรวมเกิดขึ้นจริง หรือ SpaceX ตัดสินใจ IPO ด้วยมูลค่าประเมิน 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ ความผันผวนของ Bitcoin จำนวนมหาศาลนี้จะถูกเปิดเผยสู่สายตานักลงทุนสถาบัน ซึ่งอาจกลายเป็น “ปัจจัยเสี่ยง” ในกระบวนการตรวจสอบสถานะ (Due Diligence) สำหรับกองทุนอนุรักษ์นิยมที่ยังมองคริปโตฯ เป็นของร้อน

บทเรียนในอดีต Tesla ผู้ไม่เคยถือยาว?

ประวัติศาสตร์การลงทุนของ Tesla ยังคงตามหลอกหลอน จากการซื้อล็อตใหญ่ 1.5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2564 ก่อนจะเทขายทิ้งกว่า 75% ในช่วงตลาดหมีปี 2022 ทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัทในฐานะผู้ถือครอง Bitcoin ดูไม่มั่นคงนัก

ขณะที่แม้มัสก์จะยังไม่ส่งสัญญาณซื้อเพิ่มหรือเทขายในการเจรจาควบรวมครั้งนี้ แต่การรวมศูนย์อำนาจการจัดการ Bitcoin ไว้ในโครงสร้างเดียว ย่อมหมายถึงการเปลี่ยนแปลงอำนาจการตัดสินใจ ซึ่งทุกสายตาต่างจับจ้องว่า “วาฬตัวใหม่” นี้จะเป็นผู้ถือระยะยาว (HODLer) หรือพร้อมจะเทขายเพื่อแต่งงบการเงินเมื่อไหร่ก็ได้

ทั้งนี้ไม่ว่าดีลนี้จะจบลงที่การควบรวม หรือ SpaceX จะฉายเดี่ยวเข้าตลาดหุ้น สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือ Bitcoin ได้ฝังรากลึกเข้าไปในงบดุลของบริษัทเทคโนโลยีที่ทรงมูลค่าที่สุดในโลกแล้ว และความเคลื่อนไหวของราคาเหรียญเพียงเล็กน้อย อาจส่งผลสะเทือนถึงมูลค่าหุ้นของอาณาจักรมัสก์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้