“ธัญทิพ เจียรวนนท์” สร้างปรากฎการณ์ในแวดวงธุรกิจอสังหาฯ กับผู้นำในการเฟ้นหาธุรกิจในน่านน้ำใหม่ โดยประกาศทุ่มงบลงทุน 2,400 ล้านบาท ในการเปิดตัว Eden Country Club อย่างเป็นทางการ บนเนื้อที่ 24 ไร่ ปักหมุดทำเลศักยภาพ บางนา-ตราด คาดสร้างแล้วเสร็จเปิดให้บริการภายในปี 2571 คาดใช้เวลาในการคืนทุนไม่เกิน 7 ปี
บริษัท อีเดน เอสเตท คอร์ปอเรชั่น จํากัด ในฐานะผู้บุกเบิกด้านการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และไลฟ์สไตล์ระดับอัลตร้าลักชัวรี่ ภายใต้การนำทัพของ “ธัญทิพ เจียรวนนท์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้ประกาศแผนการลงทุนในโครงการรูปแบบใหม่ หลังจากได้สร้างผลงานรุกตลาดอสังหาฯระดับลักชัวรี่ในกรุงเทพฯ กับ 2 โครงการคุณภาพ
โดยโครงการแรก “เดอะ สแตรนด์ ทองหล่อ” คอนโดระดับอัลตร้าลักชัวรี่ในกรุงเทพ มูลค่าโครงการ 4,600 ล้านบาท ปิดการขายเรียบร้อย ถัดมา โครงการที่สอง “อีเดน เอกมัย” คอนโดโลว์ไรส์ ในสไตล์ “Ultra Luxury Low Density” แห่งแรกในไทย มูลค่าโครงการ 1,600 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายไปกว่า 50% มั่นใจปิดการขายในปี 2569
ล่าสุด บริษัท อีเดนฯ ได้เปิดตัว Eden Country Club อย่างเป็นทางการ โครงการคลับสมาชิกส่วนตัวรูปแบบใหม่ที่ทันสมัยแห่งแรกในประเทศไทย ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ อย่างรอบด้าน ภายใต้แนวคิด “A Private Members’ Club Built For Individuals And Families, Across Generations” คลับสมาชิกส่วนตัวที่ออกแบบเพื่อบุคคลและครอบครัว เชื่อมโยงทุกเจเนอเรชัน มุ่งสร้างสรรค์พื้นที่ในบทบาทของ “Third Place” พื้นที่การใช้ชีวิตที่อยู่ในใจของสมาชิกทุกคน นอกเหนือจากบ้านและที่ทำงาน เป็นจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์ที่หลอมรวม กิจกรรม การกีฬา สุขภาพ การพักผ่อน กิจกรรมและโปรแกรมที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ และการใช้เวลาร่วมกันของครอบครัวที่เป็นส่วนตัวและปลอดภัยเข้าไว้ในที่เดียว พร้อมสร้างคอมมูนิตี้ที่มีคุณค่าและมีความหมายอย่างยั่งยืนในระยะยาว
นางธัญทิพ กล่าวว่า การเปิดตัว Eden Country Club ถือเป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับเมืองไทย ในฐานะผู้บุกเบิกน่านน้ำใหม่ในตลาดอสังหาฯที่ทรงคุณค่าในระยะยาว ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มองหา “สถานที่ที่เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย” และให้คุณค่ากับคุณภาพชีวิต และประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ครบถ้วน สมบูรณ์ ปลอดภัย และมีเอกลักษณ์เหนือระดับ
Eden Country Club มูลค่าการลงทุน(รวมที่ดิน) สูงถึง 2,400 ล้านบาท บนทำเลศักยภาพบางนา-ตราด จึงถูกรังสรรค์ให้เป็น Lifestyle Club Destination Ecosystem ที่ก้าวข้ามกรอบของคันทรีคลับแบบเดิม โดยบูรณาการศาสตร์แห่งการออกแบบ สถาปัตยกรรม และการบริการระดับลักชัวรี่ เข้ากับความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในพฤติกรรมการใช้ชีวิตของครอบครัวเมืองยุคใหม่ เพื่อสร้างพื้นที่คุณภาพที่รองรับการใช้ชีวิตของทุกเจเนอเรชันอย่างสมดุล ตั้งแต่เด็ก ผู้ใหญ่ ไปจนถึงผู้สูงวัย ภายใต้มาตรฐานเดียวกันของความเป็นส่วนตัว ความประณีต และแนวคิดด้านความยั่งยืนในระยะยาว
Eden Country Club เริ่มต้นจากการตั้งคำถามง่าย ๆ เกี่ยวกับการใช้ชีวิตของครอบครัวในวันนี้ เราพบว่าหลายครอบครัวมีทุกอย่างครบถ้วน แต่กลับยังขาด “พื้นที่” ที่สามารถใช้ร่วมกันได้อย่างแท้จริงในชีวิตประจำวัน นอกเหนือจากที่บ้าน พื้นที่ที่ทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็ก ผู้ใหญ่ ไปจนถึงผู้สูงวัย สามารถอยู่ร่วมกันเพื่อทำกิจกรรมได้อย่างกลมกลืน โดยไม่ต้องแยกย้ายไปคนละสถานที่ จากการวิเคราะห์ความต้องการที่แท้จริงนี้เอง เราจึงตั้งใจพัฒนา Eden Country Club ให้เป็น “Third Place” ที่สมบูรณ์แบบสำหรับครอบครัวอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงสถานที่สำหรับโอกาสพิเศษ แต่เป็น “A Place to Come Together” ที่สมาชิกสามารถกลับมาใช้ซ้ำได้อย่างต่อเนื่องและกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวัน โดยมีหัวใจสำคัญ คือการสร้างและบริหารจัดการพื้นที่ให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เป็นสถานที่ที่มีความหมาย และเป็นที่ที่ผู้คนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเป็นธรรมชาติในทุกๆ วัน ผ่าน 4 แกนแนวคิดหลัก ได้แก่
-Togetherness — การใช้เวลาและสร้างความสัมพันธ์ร่วมกัน พื้นที่ที่ทำให้ผู้คนกลับมาใกล้ชิดกันอีกครั้ง และใช้เวลาด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติ ง่ายและบ่อยขึ้นในทุกวัน
-Movement — การเคลื่อนไหวและการออกกำลังกาย ทำให้การขยับร่างกายกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ผ่านสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬาที่หลากหลาย รวมถึง Racquet Sport Center ที่ใหญ่และครบครันที่สุดในกรุงเทพฯ รองรับทั้งกีฬาที่เน้นสมรรถนะ และการเคลื่อนไหวแบบผ่อนคลาย
-Wellness — การดูแล ฟื้นฟู และสร้างสมดุลของสุขภาพ ออกแบบให้การดูแลตัวเองและการคืนพลังทั้งร่างกายและจิตใจไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากหรือสามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง ด้วย Wellness Programs ที่ดูแลและฟื้นฟูสุขภาพแบบองค์รวม ครอบคลุมทั้งกายและใจ
-Leisure — การพักผ่อนและผ่อนคลายอย่างสุนทรีย์ บนพื้นที่สำหรับทั้งการรับประทานอาหารแบบเป็นกันเองหรือเป็นทางการ และพื้นที่นั่งพักผ่อนสบายๆ สร้างบรรยากาศที่ทำให้จังหวะชีวิตที่ช้าลง ในพื้นที่ที่ดื่มด่ำกับช่วงเวลา กับธรรมชาติ และชาร์จพลังในแบบที่เป็นตัวเอง
เราเชื่อมั่นว่าความหรูหราที่แท้จริงในยุคปัจจุบัน ไม่ได้วัดจากเพียงแค่ภาพลักษณ์ภายนอก หรือการครอบครองวัตถุที่มีมูลค่าสูง แต่คือ “ความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่ง” “ความผูกพันในครอบครัว” และ “คุณค่าที่เกิดขึ้นจากการใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความหมาย” Eden Country Club คือ โครงการระดับ Legacy ที่ตั้งใจสร้างขึ้นเพื่ออนาคต เพื่อให้สามารถเป็นมรดกทางคุณค่าสำหรับสมาชิกทุกเจเนอเรชัน เราต้องการให้พื้นที่แห่งนี้ คือ A Private Members' Club Built For Individuals And Families, Across Generations - คลับสมาชิกส่วนตัวที่ออกแบบมาเพื่อบุคคลและครอบครัว เชื่อมโยงทุกเจเนอเรชัน ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ อีเดน เอสเตท ในการเป็นผู้นำด้านการพัฒนาโครงการที่เป็นมากกว่าการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป แต่คือการวางมาตรฐานใหม่ของการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพในระยะยาวอย่างแท้จริง”
สำหรับตัวโครงการ ประกอบด้วย 6 อาคารหลัก ได้แก่
-อาคาร Clubhouse ที่เป็นส่วนของ Main Lobby และศูนย์รวมกิจกรรมไลฟ์สไตล์
-อาคาร Sport Building ที่ผสนผสานพื้นที่ของฟิตเนส, สระว่ายน้ำในร่ม, Racquet Courts และ Multicourt ที่สามารถรองรับกีฬาหลากหลายประเภท เช่น บาสเกตบอล และฟุตซอล
-อาคาร Tennis Building จำนวน 2 อาคาร ที่รวมสนามเทนนิสและพาเดลไว้ด้วยกัน เป็นศูนย์ Racquet Sport ที่ใหญ่และครบวงจรที่สุดในประเทศไทย
-อาคาร Wellness Building ที่ออกแบบพื้นที่ให้มีทั้งส่วนของสปา และ Wellness Café
-และ อาคาร Banquet Hall ที่เป็นส่วนของพื้นที่สำหรับจัดงานอีเวนต์ส่วนตัวโดยเฉพาะ พร้อมบริการอาหารเครื่องดื่ม รวมขนาดพื้นที่ใช้สอยทั้ง 6 อาคารกว่า 42,000 ตารางเมตร
โดย Eden Country Club มีกำหนดก่อสร้างในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 พร้อมกับการเปิดขายสมาชิกอย่างเป็นทางการในช่วงเวลาเดียวกัน โดยโครงการใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 2 ปี และคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ทั้งโครงการ พร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2571 และวางเป้าหมายคืนทุนไม่เกิน 7 ปี ซึ่งจะสอดคล้องกับจำนวนสมาชิกที่เหมาะสมกับขนาดของโครงการและการบริการ.


