xs
xsm
sm
md
lg

ECB ดันเงินยูโรดิจิทัล สร้างเกราะป้องกันภัยคุกคาม ชิงอธิปไตยทางการเงิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เดินเครื่องเต็มสูบ! ส่ง ‘Piero Cipollone’ บอร์ดบริหาร กางแผนยุทธศาสตร์ดัน ‘เงินยูโรดิจิทัล’ สู่กระเป๋าคนยุโรป ชูจุดเด่น “ใช้ง่าย-ค่าธรรมเนียมต่ำ” หวังเป็นเกราะป้องกันภัยคุกคามทางภูมิรัฐศาสตร์ ย้ำชัดยุโรปต้องมี “ระบบท่อส่งเงิน” ของตัวเอง เลิกยืมจมูกต่างชาติหายใจ หวั่นซ้ำรอยศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ที่เคยโดนสหรัฐฯ ตัดวงจรการเงินจนเป็นอัมพาต ชี้ทุกวินาทีที่ช้า คือความเสี่ยงที่ตกเป็นเบี้ยล่างต่างชาติ

ปิเอโร่ ซิโปนโลเน่ สมาชิกคณะกรรมการบริหารของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสื่อเยอรมัน Süddeutsche Zeitung โดยส่งสัญญาณชัดเจนว่า “เงินยูโรดิจิทัล” (Digital Euro) ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของความมั่นคงแห่งชาติ (National Security) และความสะดวกสบายที่จับต้องได้ โดยตั้งเป้าเปิดตัวช่วงกลางปี 2572

ปฏิวัติการจ่าย ง่ายเหมือนเงินสด ถูกใจร้านค้า

ซิโปนโลเน่ เริ่มต้นด้วยการขาย “ความง่าย” โดยระบุว่า Digital Euro จะถูกออกแบบมาให้เป็นมิตรกับผู้ใช้ทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ร้านค้าเล็กๆ หรือผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน โดยมีสถานะเสมือน “เงินสดในรูปแบบดิจิทัล” ที่สามารถใช้จ่ายได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในยูโรโซน

“มันง่ายมาก คุณใช้มันได้ทุกที่ ตั้งแต่เยอรมนีไปจนถึงทุกมุมของยูโรโซน” เขากล่าว พร้อมเน้นย้ำจุดขายสำคัญที่จะทำให้ร้านค้าปลีกยิ้มออก นั่นคือ “ค่าธรรมเนียมที่ถูกลงอย่างมีนัยสำคัญ” เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดจะถูกจัดเตรียมโดย ECB ทำให้ตัดตัวกลางที่กินค่าต๋งแพงๆ ออกไป

อย่างไรก็ตาม เขายืนยันว่านี่เป็นเพียง “ทางเลือกเสริม” (Add-on) ไม่ใช่การมาแทนที่เงินสด ประชาชนยังคงมีสิทธิ์เลือกใช้ธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ได้ตามปกติ และการใช้งานพื้นฐานสำหรับประชาชนจะต้อง “ฟรี”

บทเรียนเจ็บจาก ICC

ประเด็นที่แหลมคมที่สุดในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ คือการที่ ซิโปนโลเน่ ยกเรื่อง “อธิปไตยทางการเงิน” (Payments Sovereignty) ขึ้นมาเป็นหัวใจสำคัญ เขาตั้งคำถามชวนคิดว่า “คุณไม่รู้สึกปลอดภัยกว่าหรือ ถ้าเงินที่คุณใช้จ่ายทุกวันอยู่บนเทคโนโลยีของยุโรป อยู่ในมือของคนยุโรป และไม่ขึ้นอยู่กับการควบคุมของชาติที่สาม?”

เพื่อตอกย้ำความเสี่ยงของการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ เขาได้ยกตัวอย่างกรณีศึกษาที่น่ากังวลของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ซึ่งครั้งหนึ่งผู้พิพากษาเคยถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตร ส่งผลให้บัตรเครดิตที่ออกโดยธนาคารสหรัฐฯ ถูกระงับการใช้งาน ทำให้ไม่สามารถทำธุรกรรมใดๆ ในยุโรปได้ เพราะระบบหลังบ้านถูกบล็อกโดย Visa และ Mastercard

“ด้วย Digital Euro เหตุการณ์แบบนั้นจะไม่เกิดขึ้น พวกเขายังสามารถใช้จ่ายได้ทั่วทั้งยูโรโซน เพราะเราเป็นเจ้าของระบบเอง” ซิโปนโลเน่ ระบุ

กุมโครงสร้างพื้นฐาน "ใครคุมท่อ คนนั้นคุมเกม"

ซิโปนโลเน่ เตือนว่า แม้บัตรที่เราถือจะเป็นบัตรของธนาคารในประเทศ แต่ระบบการรูดจ่ายข้ามพรมแดนหรือซื้อของออนไลน์ กลับต้องวิ่งผ่านระบบของยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ (ซึ่งส่วนใหญ่คือบริษัทอเมริกัน) หากวันใดวันหนึ่งเกิดความขัดแย้ง และบริษัทเหล่านี้ตัดสินใจ “ตัดท่อ” ยุโรปอาจกลายเป็นอัมพาตทางการเงินทันที

“วันนี้บริษัทสหรัฐฯ เป็นเจ้าของโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ...ในทางทฤษฎี พวกเขาสามารถตัดเราออกจากระบบได้ทุกเมื่อ แต่ถ้าเรามีโครงสร้างพื้นฐานของยุโรปเอง หากผู้ให้บริการรายหนึ่งหายไป เราก็ยังมีทางเลือกอื่นเหลืออยู่”

อย่างไรก็ดี ECB กำลังบอกว่า “ความเร็ว” คือกุญแจสำคัญ การล่าช้าในการออก Digital Euro เท่ากับการปล่อยให้รากฐานการเงินของยุโรปถูกยึดครองโดยมาตรฐานต่างชาติลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งในโลกที่ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์รุนแรงขึ้นทุกวัน การไม่มี “กระเป๋าเงิน” เป็นของตัวเอง อาจหมายถึงการสูญเสียเอกราชทางเศรษฐกิจในที่สุด