บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ประเมินฉากทัศน์การจัดตั้งรัฐบาลที่เป็นไปได้มากที่สุดคือการจับมือกันระหว่างพรรคแกนนำหลัก (พรรคประชาชน, พรรคภูมิใจไทย หรือ พรรคเพื่อไทย) ซึ่งล้วนส่งผลให้นโยบายหลักยังคงเน้นการกระตุ้นการบริโภค การลงทุนภาคเอกชน และสนับสนุนการท่องเที่ยว
ทั้งนี้ บล.ฟิลลิป ให้เป้าหมายดัชนี SET Index ปี 2569 ไว้ที่ 1,440 จุด บนสมมติฐาน GDP ไทยเติบโต 1.7% โดยได้แรงหนุนสำคัญจาก 2 ปัจจัยบวก คือ ภาคการท่องเที่ยว ที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติแตะ 35 ล้านคน และ ทิศทางดอกเบี้ยขาลง ที่คาดว่า กนง. จะปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 1.00% ในช่วงไตรมาสแรกของปี
ในด้านตลาดต่างประเทศ บล.ฟิลลิป ให้มุมมองต่อกระแส AI ว่า "ไม่ใช่ฟองสบู่ แต่เป็นรอบการลงทุนที่มีกระแสเงินสดจริงรองรับ โดยแนะนำกลยุทธ์หมุนเงินลงทุนเข้าสู่ธีม Physical AI รวมถึงกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ Data Center"
เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจ บล.ฟิลลิป แนะนำกลยุทธ์การจัดพอร์ตลงทุนไตรมาส 1/69 โดยแบ่งสัดส่วนดังนี้:
- Theme Play: 50% (เน้นการเติบโตจากนโยบายรัฐ, ดอกเบี้ยขาลง และธีม AI/Nuclear)
- AMATA - GULF: รับประโยชน์โดยตรงจากการลงทุนภาคเอกชนและนโยบายภาครัฐชุดใหม่
- BA: รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวเต็มรูปแบบของการท่องเที่ยวไทย (เป้า 35 ล้านคน)
- SAWAD: ได้ประโยชน์เต็มที่จากเทรนด์ดอกเบี้ยขาลงของไทย (คาด กนง. ลด 0.25%)
- Nvidia (NVDA) - หุ้นนอก: หุ้นที่ยังเติบโตต่อตามกระแส AI คาดเปิดตัวชิปรุ่นใหม่ "Rubin" ตามแผนรายปีเพื่อทิ้งห่างคู่แข่ง
- Vertiv Holdings (VRT) - หุ้นนอก: หุ้นที่เป็นหัวใจสำคัญของ Data Center ซึ่งเชี่ยวชาญด้าน Liquid Cooling และการจัดการพลังงานให้กับชิปของ AI ทำให้มีโอกาสที่เติบโตได้อีกมาก
- ES-GTECH: กองทุนรวมที่เป็นตัวแทน Global Tech เพื่อเกาะกระแส Quality Growth ในตลาดสหรัฐฯ
- LHNUKZ: กองทุนรวมที่เป็นตัวแทน Physical AI (พลังงานนิวเคลียร์) ที่เป็นหัวใจสำคัญของ AI Data Center
Resilient Play: 30% (เน้นความมั่นคง และกระแสเงินสด)
- CPALL: หุ้นแกร่งที่โตได้แม้เศรษฐกิจชะลอตัว และได้ลุ้นมาตรการกระตุ้นการบริโภค
- TISCO: หุ้นปันผลสูง (Dividend Play) เพื่อสร้าง Cash Flow เข้าพอร์ต
- Novo Nordisk (NVO) - หุ้นนอก: บริษัทยาชั้นนำจากเดนมาร์ก เตรียมเปิดตัวยาใหม่ "CagriSema" คาดอนุมัติให้ใช้ช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ เพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดคืน
- SCBGHCA: กองทุน Healthcare ทั่วโลก สร้างเกราะป้องกันด้วยหุ้นกลุ่มสุขภาพที่รายได้ไม่ผันผวนตามวัฏจักร
Alternative: 20% (ป้องกันความเสี่ยง)
- SCBGOLD: กองทุนทองคำ เพื่อทำหน้าที่เป็น "Strategic Core Holding" ในจังหวะที่ทองคำเป็นขาขึ้นรอบใหญ่ (Supercycle)


