นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ (27ม.ค.69)ที่ระดับ 31.20 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลง”จากระดับปิดของวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 31.05 บาทต่อดอลลาร์ และมองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.10-31.30 บาท/ดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวผันผวน แต่โดยรวมอ่อนค่าลงในลักษณะ Sideways Up ทะลุโซนแนวต้านแถว 31.15 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 31.03-31.22 บาทต่อดอลลาร์) ตามจังหวะการปรับตัวลงของราคาทองคำ (XAUUSD) หลังบรรยากาศในตลาดการเงินเริ่มกลับมาอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง ขณะเดียวกัน ผู้เล่นในตลาดทยอยคลายกังวลประเด็นความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ลงบ้าง
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผ่านรายงานยอดการจ้างงานภาคเอกชนรายสัปดาห์ โดย ADP, ดัชนีภาคธุรกิจโดยบรรดาเฟดสาขาต่างๆ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดย Conference Board (Consumer Confidence) พร้อมทั้ง รอติดตามถ้อยแถลงของประธานาธิบดี Donald Trump ในช่วงราว 02.00 น. ของเช้าวันพุธที่ 28 มกราคม ตามเวลาประเทศไทย
นอกจากนี้ บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน พร้อมทั้ง คอยติดตามพัฒนาการของความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับบรรดาประเทศยุโรป ในประเด็น Greenland และแนวโน้มการเจรจาเพื่อยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน
สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท เราขอคงมุมมองเดิมว่า เงินบาท (USDTHB) มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ Sideways ต่อไป หลังโมเมนตัมการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทได้ชะลอลงชัดเจน ตามการพลิกกลับมาอ่อนค่าลงต่อเนื่องทดสอบโซนแนวต้านของเงินบาทในช่วงคืนที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี เรามองว่า การอ่อนค่าของเงินบาทอาจเป็นไปอย่างจำกัดได้ ตราบใดที่ ราคาทองคำยังสามารถทยอยรีบาวด์สูงขึ้นบ้าง แต่เราขอเน้นย้ำว่า การปรับตัวขึ้น “เร็ว แรง” ของราคาทองคำ (XAUUSD) ในระยะสั้น ได้ทำให้ราคาทองคำเข้าสู่ Danger Zone มาสักระยะ เสี่ยงต่อการเข้าสู่ช่วงพักฐานได้ไม่ยาก ซึ่งหากราคาทองคำเข้าสู่ช่วงการพักฐานได้จริง ตามสถิติที่เราวิเคราะห์มา อาจเป็นปัจจัยที่กดดันเงินบาทฝั่งอ่อนค่าได้
ทั้งนี้ เงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าเพิ่มเติมได้ ในกรณีที่ เงินเยนญี่ปุ่น (JPY) อ่อนค่าลงเพิ่มเติม หลังผู้เล่นในตลาดอาจเริ่มประเมินว่า ทางการญี่ปุ่นและทางการสหรัฐฯ อาจยังไม่เข้าแทรกแซงค่าเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ในระยะสั้นนี้ (เราประเมินว่า อาจมีการรอรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ หรือผลการประชุม FOMC ของเฟด หรือการเปิดเผยว่าที่ประธานเฟดคนใหม่ก่อนได้ ซึ่งสามารถอ่านรายละเอียเพิ่มเติมได้ใน บทวิเคราะห์ Week Ahead ในวันก่อนหน้า)
แม้เงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าบ้าง แต่เรามองว่า การอ่อนค่าของเงินบาทอาจจำกัดแถวโซนแนวต้าน 31.30-31.50 บาทต่อดอลลาร์ จนกว่าจะเห็นการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟดอย่างชัดเจน เช่น ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดอย่างมีนัยสำคัญ หรือราคาทองคำปรับฐานลงหนัก นอกจากนี้ บรรดานักลงทุนต่างชาติอาจทยอยเข้าซื้อสินทรัพย์ไทยเพิ่มเติมได้ โดยเฉพาะบอนด์ระยะยาว หลังบอนด์ยีลด์ระยะยาวของไทยได้ทยอยปรับตัวขึ้นพอควร (เราคงแนะนำ ทยอยเข้าซื้อบอนด์ 10 ปี ไทย หากบอนด์ยีลด์ปรับตัวขึ้นเหนือโซน 1.90%)
อย่างไรก็ดี เราขอเน้นย้ำว่า ความผันผวนของตลาดการเงินยังมีอยู่ โดยต้องจับตาการเคลื่อนไหวของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ที่อาจสร้างความผันผวนให้กับตลาดการเงินได้ หากมีการเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนญี่ปุ่นได้จริงในช่วงนี้


